สรุป 4 ขั้นตอนสร้าง Infographic ด้วย PowerPoint

ขออนุญาตเผยแพร่ วิธีการดี ๆ เผื่อผู้สนใจ

 

สร้าง Infographic ด้วย PowerPoint 1) เป้าหมายและผู้อ่าน  เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ Infographic ก็เหมือนกับการสื่อสารทั่วไปที่ต้องมีกลุ่มเป้าหมายของผู้ที่จะรับสาร ในขั้นตอนนี้คือการจัดการเป้าหมายที่อย…

ที่มา: สรุป 4 ขั้นตอนสร้าง Infographic ด้วย PowerPoint

บันทึกต้นปี 2017

ไม่รู้ใครกล่าวไว้ มียศ เสื่อมยศ มีลาภ เสื่อมลาภ มีสรรเสริญ เสื่อมสรรเสริญ

การเปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง ออกมาเจออะไรใหม่ ๆ เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงเหล่านี้ มันย้ำเตือนความเป็นอกาลิโกของสรรพสิ่ง

สิ้นปี การเลี้ยงดูปูเสื่อ การเลี้ยงฉลอง ทั้งภายใน และ ภายนอก

สามก๊กมีคำกล่าว ไม่มีการเลี้ยงดูใด ไม่หวังผลตอบแทนของสรรพอาหารนั้น

ได้พบเห็นการ(อ้างว่า)เลี้ยงดู แบบว่าเฉลิมฉลอง โน่นนี่ ให้กับคน แผนก คณะ ที่มีตำแหน่งแห่งหน

จะเป็นกลางวัน กลางคืน ได้ทั้งหมด

ผมแปลกใจว่า ทั้งปีทั้งชาติ มาเฮฮาเอากันที่วันเดียว ทั้ง ๆ ที่แต่ละที่ทำแผ่นพับจริยธรรมทางธุรกิจ แทบจะให้พนักงานต้มกินวันละสามเวลา

การได้ผ่านอะไรมาหลาย ๆอย่างเป็นความได้เปรียบอย่างหนึ่ง ในการเตรียมพร้อมรับสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามาอีกในลำดับถัดไป เมื่อหัวโขนอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อให้กับใคร คนนั้นก็มารัก ห่วงใย อนาทร ทุกสิ่งอย่าง เมื่อหัวโขนเปบี่ยนไป ความห่วงใยนั้นก็หายไป เปลี่ยนเป็นอีกคนที่วนเวียนเข้ามาห่วงใยในห่วงโซ่ใหม่

วันหนึ่ง เมื่อหมดผลของดวงดาวที่จะบันดาลอะไร ๆ ให้ใคร ๆ ซะแล้ว ความรัก ความห่วงใยนั้นไม่ต้องหวังจะไปหา มันไม่มีทางมาแน่นอน คนเขาต้องกินต้องใช้ เขาจะมาทำอย่างนั้นเพื่ออะไรกับคนที่ไม่สามารถบันดาลสิ่งใด ๆให้เขาได้อีกต่อไป

หลายคนอาจจะเคยได้รับการดูแล ทั้งตัวเอง ครอบครัว พาไปทัวร์ ไปเที่ยว ไปรับรอง ฯลฯ กระเช้า ทั้งสุขภาพ อบายมุข อาบน้ำ สมาชิกเมมเบอร์ จนตัวซีดขาวเผือด ไปๆ มา ๆ เหลือไดอะรี่ เหลือกระเช้าผลไม้ ท้ายสุด ก็ปฏิทิน และในที่สุด ปฏิทิน ก็ไปเอาในโทรศัพท์มาดูเอาเอง….นั่นคือท้ายที่สุด

หากการได้มานั้น ไม่ได้ ส่งให้ผู้รับรู้สึกสูงส่งขึ้น และตระหนักว่า เปลือกที่เขามามองเห็นที่ตัวเรานั้นมันไม่ใช่ตัวเองเลย ถอดเปลือกลอกคราบ ก็หมดแล้ว สิ่งที่อยู่ภายในของตัวเองต่างหากเล่าที่เป็นสิ่งสำคัญ

หากสามารถให้คำแนะนำใครได้ เราก็จะแนะนำให้เขาเหล่านั้น ให้โอกาสคน สร้างคน สร้างความสามารถในการประกอบสัมมาชีพของแต่ละคน สิ่งต่างๆ ที่ให้ไป จะเป็นประโยชน์ต่อเขาในภาคหน้า ทั้ง ๆตัวเอง และ ครอบครัวที่เขาต้องเลี้ยงดู ให้ให้มาก เก็บไว้ก็เท่านั้น การได้เห็นคนประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำเป็นความสุข การให้โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน ท้ายสุดแล้วจะนำพาความอิ่มใจมาให้ผู้ให้นั้น

สักวันหนึ่งเราก็ต้องไป คิดไว้แค่นั้น จะเอาสิ่งที่มี ที่ได้ ไปด้วยได้ไหม ? ถ้าไม่ได้ ให้เขาไปเถอะ….

บ่นพึมพำตามประสาคนแก่ ….. (ผู้อยากได้ปฏิทิน)….

วันนี้ วันที่ ๓ มค.๖๐

บันทึกส่งท้ายปี 2016

ปีนี้ถ้าจะบอกว่าเบญเพศของคนแก่อีกรอบก็ใช่ เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้วยความสมัตรใจ และ ไม่สมัครใจหลายอย่าง

เรื่องแรก การงานเปลี่ยนจากสิ่งแวดล้อมเดิม ลักษณะงานเดิม “โดยสิ้นเชิง” ไม่เหลือตอเหลือเค้าเลย ทั้งเพื่อนร่วมงาน ลักษณะงาน และ วิธีการทำงาน การปรับเปลี่ยนแบบยิ่งกว่ากลับหลังหัน การต้องใช้พลัง และวิธี กลยุทธ ต่าง ๆสารพัดหมัดเข่า เพื่อให้สามารถไปในลู่ทางที่ถูกที่ควรได้ ปีนี้เป็นปีตั้งไข่ มองย้อนกลับไป งานรูปแบบเดิม เพื่อนร่วมงานเดิม และ ลักษณะงานเดิม คงจะอีกนานจนหมดวันของเราไปแล้ว กว่าจะกลับมาใหม่ รูปแบบของบริษัทพลังงาน ข้ามชาติ และ งานก่อสร้างที่ยุโรปถือไพ่เหนือเอเชียดูจะยากจะได้เห็นแล้ว (ในไทย)

สืบต่อจากงาน สถานที่ทำงาน กลายเป็นเด็กเมืองไปเต็มรูปแบบ แหกขี้ตาตื่นเช้า นอนดึก (เพราะกลับค่ำ) เวลาหนึ่งในห้าของการลืมตา ไปอยู่บนรถ และ การเดินทาง นับว่าสาหัส เมื่อเทียบกับทั้งเหือบยี่สิบปีที่ผ่านมา การเดินทางไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย จนถึงขณะนี้ ก็ยังปรับตัวไม่ได้ และมีแต่จะหนักขึ้น ๆ ทุกวัน

สิ่งที่เป็นงานอดิเรกหายไป ทั้งการอ่านและ การเขียน เรื่องอ่านนี่ กลายเป็นพวกสมาธิสั้น อ่านได้แต่พาดหัวข้อ และ อีกนิดหน่อย (ตอนรถติด) ส่วนจะอ่านยาว ๆเป็นเล่ม ๆนั้น ลืมไปได้เลย ยังหาช่องอะไรแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ วันหยุดก็อยากแต่จะอยู่เฉย ๆ ไม่อยากทำอะไร หรือ ไปไหนเลยจริง ๆ พอนั่งหลังพวงมาลัยแล้วมันเหมือนจะอ้วกเอาซะดื้อ ๆ เรื่องขีดเขียน ซึ่งเคยเชื่อว่ามันเป็นการช่วยเหลือการทำงานของสมองให้ไม่เสื่อม หรือ เสื่อมช้าลง การคิด จัดการรูปแบบ และ ลำดับก่อนหน้าหลัง ให้เหมาะสม ให้การเขียนอ่านได้ครบถ้วนกระบวนความ ปีนี้ทั้งปี “ลืมไปได้เลย” สองสิ่ง หนึ่ง ไม่รู้จะเขียนอะไรให้ใครอ่าน (รูปแบบเดิม) และ สอง เวลาที่จะเขียนก็ไม่รู้จะเอามาจากไหน เป็นเรื่องน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามทั้งสองเรื่องนี้ หยุดไม่ได้แน่ ๆ เราต้องแก้ไขมันให้ได้ในปีนี้….

ละแวกบ้านมีความพลัดพรากสองอย่าง หนึ่งร้านตัดผมเจ๊เหมืยวคู่บารมี ตัดกันมาเป็นสิบ ๆปี ไปที่ไหนมาก็ต้องกลับมาตัดกับแก เป็นร้านที่ไม่ต้องบอกทรง เห็นกันมาจนเดาทางออกว่าจะเบื่อแนวไหน แนวไหน แกปุบปับย้ายร้านหนีไป หนีไปทั้งบ้าน ทิ้งไว้แต่เก้าอี้และของใช้ในร้าน ไปติดตามดูจากเพื่อนบ้านก็ไม่มีใครรู้ว่าแกไปไหน เบอร์ก็ปิดไป ไลน์ก็หายออกไปตามเบอร์ รู้สึกเคว้งคว้าง เหมือนขาดคนรู้ใจไปหนึ่ง ทุกวันนี้ยังหาร้านตัดผมแบบแกไม่ได้ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆและไม่รู้สึกถูกใจเหมือนเจ๊เหมืยวอีกเลย รายที่สองคือ เพื่อนบ้านเยื้อง ๆ กันไป ปุบปับเช่นกัน แกก็มาปิดป้าย “ขายบ้าน” ที่หน้ารั้ว แล้วย้ายออกไปจากบ้านแบบสามรอบหมด (คือ รู้ทีหลังว่าแกทยอยย้ายไปหลายรอบแล้ว แต่เราไม่เห็น) โดยไม่ทันได้ร่ำลากันเลยสักคำ (คงเพราะเราไม่อยู่บ้านกลางวันเลย) ความผูกพันนั้นไม่ได้มีต่อกันมากมายเพราะไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าใด แค่ผ่านกันไปมา ทักกันนิดหน่อย แต่ความรู้สึกร่วมลงหลักปักฐาน ซื้อบ้านมาพร้อม ๆกันเกือบยี่สิบปี มองเห็นลูกแกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆร้องไห้เสียงดัง จนเป็นสาวเรียนจบทำงานไปแล้ว วันนึง มากลายเป็นบ้านร้าง หายไป ใจมันหาย ไม่ใช่ว่าไม่มีคนข้างบ้านเคยย้ายไปไหน บ้านตรงข้ามก็มี แต่ มันไม่ได้รู้สึกผูกพันกัน อยู่กันมาตั้งนานนม การพลัดพราก การลาจากมันทุกข์นัก

สุขภาพและชีวิตของคนรอบข้าง ปีนี้เจอคนป่วยเยอะมาก ที่ป่วยอยู่ก็ป่วยมากขึ้น ที่ทรงก็ทรุด หนักไปทางงานอวมงคลซะมาก งานมงคลมีงานของดาดำงานเดียวเองปีนี้ นี่เป็นปรากฏการณ์ที่บอกให้เราไม่ตั้งอยู่บนความประมาทใด ๆ ชีวิตและสิ้นชีวิต ไม่ต่างกันมากนักเลย อย่าใช้ชีวิตที่มีมาแค่นี้ไปกับเรื่องไร้สาระ ไปใส่ใจ ส่อง ติดตาม วิเคราะห์ เรื่องของ “คนอื่น” ว่าใช่ ว่าจริง หรือ ไม่จริง ไปอิจฉา ริษยา หรือ พะวงกับเรื่องของคนอื่น และ พยายามจะทำให้ตัวเองเหมือนเขา ทั้งที่ยังไม่รู้จริงเลยว่า เขาเป็นอย่างที่ “แสดง”ออกมาจริงหรือไม่…นี่ถือว่าเป็นเรื่องไร้สาระอันดับต้น ๆ ของชีวิตคนเรา ….

ปีถัดไป ไม่มีเป้าหมายอะไรทั้งนั้น ก็จะตั้งต้นตั้งกะต้นปีไปว่าสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปทางใดอีก มีสติไปกับมัน ไม่หลงทิศหลงทาง พอจะตั้งหลักปักฐานอะไรทางไหนได้ก็ต้องเล็งให้ดี ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะแห่งตน (แก่ก็ยังพอไหวอยู่)

บันทึกไว้ในคืนวันที่ ๒ มค.๒๕๖๐ คืนที่สองของปีใหม่นี้

Deep Water Horizon หายนะเพราะ ?

dwhepksocial

20161230 เห็นตัวอย่างหนังมาตั้งนานแล้วยังไม่ได้ดูสักที จนได้มีโอกาสวันหยุดนี้เอง

ศัพท์แสงแพรวพราวไปหมด ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ประมวลเอาความได้ว่า ความประมาท และ คาดสถานการณ์ผิดพลาดไป ทำให้หายนะนี้มันเกิดขึ้น เป็นความเสียหายทางงานนอกฝั่งที่ใหญ่ที่สุดของพี่กันเขา มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้ภาพในหนังฮีโร่จะมีมากมายในการกอบกู้สถานการณ์ แต่อย่างว่า ประวัติาสตร์อยู่ที่คนเขียน น่าหดหู่สำหรับผู้ที่สุญเสีย และน่าเข็ดขยาดสำหรับผู้ที่รอดชีวิต

ส่วนตัวจากการทำงานส่วนนี้มาพอสมควร งานความปลอดภัยนี่เป็นสิ่งยิ่งใหญ่มาก ๆ เป็นเรื่องเป็นตายที่ถูกตอกย้ำมาตลอด ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ มันอยู่ในสายเลือด ขนาดให้ความสำคัญหมด ก็ยังมีจุดพลาด และ ก็อย่างที่เขาว่า ไม่มีครั้งที่สองของการผิดพลาด เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์สำหรับการกระทำที่ประมาท การวินิจฉัยโดยปราศจากสมมติฐาน หรือ การตัดสินใจโดยมองข้อมูลไม่ได้ครบทุกด้าน….

เมื่อเกิดหายนะเช่นนี้ขึ้นครั้งใด ส่วนตัวคิดเสมอว่า มนุษย์นั้น ตัวนิดเดียวจริง ๆ อย่าได้อหังการว่าตัวเองเก่งกล้าไปซะทุกเรื่องเลย.

deepwater_horizon_ver9_xlg

 

The Book Thief คนรักการอ่าน….

20170102 หนังย้อนอดีตไปในช่วงสงครามโลก เรื่องของสาวน้อยผู้รักการอ่าน แม้แรกเริ่มเดิมที ทุกคนเรียกเธอว่า ไอ้โง่ ๆ ๆ ตลอดเวลา ทั้งอ่านและเขียน กระทั่งชื่อตัวเองยังไม่ได้

11713_bookthief

ด้วยความรักการอ่าน จินตนาการต่าง ๆ ก็พรั่งพรูออกมา ทั้งการบอกเล่าภาพให้กับคนที่มองไม่เห็นโลกภายนอก (ในเรื่องมีคนยิวมาแอบอยู่ที่บ้านเธอ) และ การนั่งเล่านิทานเจื้อยแจ้วให้กับผู้คนที่มานั่งหลบระเบิดในหลุมหลบภัยทั้งหมดฟัง เป็นการบรรดาลใจให้กับสิ่งต่าง ๆที่หดหู่อยู่นั้น

มิดรภาพของเด็กสองคน เพื่อนรักของเธอที่ร่วมหัวจมท้ายกันตลอดเวลา ความรักของพ่อแม่บุญธรรม ที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้ว การแสดงอารมณ์รักแบบไม่แสดงออก และ การให้ความเอ็นดูต่อเด็กน้อยอย่างเธอ มันเป็นความรักที่มองได้จากการแสดงเสมือนจริง

หนังเดินเรื่องด้วยบทพูดของยมฑูต ผู้ซึ่งจะเป็นผู้มารับวิญญานของทุกคนในที่สุด ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ความรัก ความไหลหลง และ ความสัมพันธุ์ของตัวแสดงทั้งหมดยอดมาก ๆ เห็นบอกว่าเป็นหนังสือขายดีมาก ๆมาก่อน ในเรื่องงานเขียนก็คงขั้นอ๋องเช่นกัน

เรื่องดี ๆประโลมย์ใจเราได้เสมอ

the-book-thief-quad-alt

Exodus Gods and Kings

1418399418-poster-o

หนังมหากาพย์ฉบับยาว แสดงอิทธิปาฏิหารย์ของพระเจ้าที่มีต่อคนฮิบรู สมัยหลายร้อยปีก่อนคศ.โน่น

โมเสส ต้นตำรับที่เรารู้จักเรื่องบัญญัติสิบประการนั่นเอง

ความศรัทธาต่อพระเจ้าเข้ามาแทนความเชื่อมั่นของตนที่ไม่เคยเชื่อถือในเรื่องลี้หลับเหล่านี้

และในภาระที่หนักอึ้ง ต้องพาคนเชื้อชาติเดียวกัน อพยพข้ามน้ำข้ามทะเล ไปยังดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

ตามตำนานปรัมปรานั้นใช้เวลาหลายสิบปี และ ผ่านการทดสอบความศรัทธาต่อพระเจ้าอีกมากมาย

เรื่องราวที่แท้จริง หรือ ความศรัทธาของผู้คนนั้น ยากที่จะบอกได้ว่ามันมาจากไหน และ อย่างใดถูกผิด

แต่สิ่งที่แน่แท้ทั้งปวงคือ ไม่มีมนุษย์ผู้ใดใหญ่ค้ำฟ้า ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติ เราทุกคนเป็นแค่เศษผงธุลีเท่านั้น เมื่อเข้าใจซะอย่างนี้ได้แล้ว ก็จงพึงสำรวมและนอบน้อมตัวเองเอาไว้เถิด เราทุกคนล้วนมีชีวิตเดียวเท่านั้น

20161218 เกิดเจ็บตาย

นานหลายปีเรื่องการเยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วยขั้นรุนแรงน้อยลงไป อาจจะเป็นเพราะช่วงกึ่งกลาง ระหว่างรุ่น รุ่นพ่อแม่ก็เกือบ ๆ รุ่นลูกก็ยังไม่ถึงวัยจะไปสวรรค์ เรื่องของการใช้ชีวิตก็เลยอยู่ในความยุ่งเหยิงหาความสงบไม่ได้

วันนี้ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยอันเป็นที่รักของคนทั่วไป ป่วยปัจจุบันทันด่วนด้วยอาการทางสมอง เส้นเลือดตีบทำให้สมองข้างหนึ่งตายลงฉับพลัน น้ำท่วมปอด ลมในปอดออกมากระจุกอัดอยู่ที่เนื้อเยื่อหุ้มปอด

คนไข้นั้นไม่รู้สติตั้งแต่ได้รับการผ่าตัดอย่างทันทีเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เจาะคอเพื่อดูดสเลดและให้อากาศเข้าไปทางนั้น สวนจมูกเพื่อให้อาหาร ให้ทั้งน้ำเหลือ และ ยาอื่น ๆไม่นับสายของเสียรอบตัว ดูแล้วระโยงระยางไปหมด

ความหดหู่ ความเสียใจ เศร้าใจของผู้มาเยี่ยม ลูกหลาน ผู้เป็นกำลังใจอยากให้คนป่วยกลับมามีชีวิตอีกครั้งแบบเดิม ไม่ว่าอยุ๋ในสภาพไหน เฝ้าภาวนาและสวดมนต์

ชีวิตของคนในช่วงท้ายที่ผมประสบพบมา ความทุกข์ทรมานนั้น มาจากสองสถาน หนึ่ง ตัวเคยทำอะไรไว้กับใคร มานึกได้ว่าไม่ควรทำกันเลย ก็สายไปแล้ว ยิ่งคนที่ตัวทำกับเขาไว้ มายืนจับขอบเตียงให้กำลังใจ (หรือมาดูใจ) ในตอนที่เราริบหรี่ ๆ ความอยากจะให้เขาอภัยให้กับสิ่งนั้นคงมากทวี สอง คนที่มาจับจ้องล้อมแหนนั้น หากได้ทำอะไรไม่ดีกับผู้ใกล้จะวายชนม์ ก็จะรู้สึกเสียใจว่า ยังไม่ทันได้พูดกันดี ๆอีกสักครั้งเลย ก็จะมาหมดโอกาสได้พูดกันแล้ว (บรรดาลูกทั้งหลายที่ทำอะไรก้บพ่อแม่ ก็จะเข้าประเด็นนี้)

ยิ่งเราโตขึ้น ชราลง เรายื่งพบเจอสิ่งเหล่านี้เรื่อย ๆมากขึ้น ๆ สิ่งเหล่านี้ ทำให้เราค่อย ๆ เห็นความจริงของชีวิตที่ไม่ได้ยาวนานค้ำฟ้าอะไรเลย มีเวลาเท่ากันก็ทำเรื่องดี ๆ ให้กัน จะมาเคาะโลงกันตอนหลัง ไม่มีประโยชน์จริง ๆ

การไปงานศพเมื่อเด็ก เราก็วิ่งเล่น ไปเรื่อยเปื่อย เพราะเรื่องการตายนี่มันช่างห่างไกล

โตมาหน่อย ก็เรื่มนั่งแถวหลัง ๆ นั่งคุยไปเรื่อยเปื่อย กับเพื่อน ๆ ญาติ ๆ

โตอีกนิด เราก็ขยับมากลาง ๆ มากขึ้น ผู้ตาย ก็จะเป็นคนรอบ ๆ ตัวเรานี่แหละ

ท้ายที่สุด เมื่อวัยเหมาะสม คุณจะได้ขยับตำแหน่งการนั่งมาหน้าสุด เผลอ ๆบางคนเป็นประธานบ้าง ถวายปัจจัยบ้าง ใกล้โลงศพเข้าไปอีกถึงที่สุด

เหลืออีกขยับเดียวเท่านั้น คือ ลงไปนอนในโลงนั่นเอง…. ที่สุดท้ายของทุกคน