ทหารของพระราชา….(จากเพจแปดบรรทัดครึ่ง)

“กำแพง พระราชวัง ความมั่นคง”

นานมาแล้ว หลายร้อยปี
มีพระราชาองค์หนึ่ง ปกครองบ้านเมือง ด้วยความสงบสุข
ต้นไม้ พืชผล ผลิดออก ออกรวง ตามฤดูกาล
ส่งกลิ่นหอม อบอวล ไปทั่วทุกหย่อม ทุกตารางเมตร ของเมืองแห่งนี้
ผู้คนต่างมีรอยยิ้ม ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
ประชาชน อาศัยอยู่ในเมืองนี้ด้วยความรัก สามัคคี
อยู่มาวันหนึ่ง
พระราชาใจดี ต้องการรับสมัคร “นายช่าง” เข้ามาทำงานภายใน “พระราชวัง”
มีหน้าที่ ดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ในพระราชวัง เหมือน “เสนาบดี” ข้างกาย
คอยซ่อมแซม พระราชวัง ให้อยู่ในสภาพ “งดงาม” อยู่เสมอ
พระราชา ชื่นชอบ “บุคลากร” ที่ทำงานจริง
จึงตัดสินใจออกเดินไป “เสาะหา” นายช่าง ของตน ด้วยตัวเอง
ครั้นเดินออกไปนอกกำแพงพระราชวังที่กำลังซ่อมแซม
ในขณะที่เดินดูรอบๆ เพื่อเสาะหา นายช่าง ฝีมือดี
ก็พบกับ “นายช่าง” สามคน กำลังก่ออิฐ สร้างกำแพง
ทั้งสามคน ก่ออิฐ ได้อย่างสวยงาม ไม่มีที่ติ
อิฐ แต่ละก้อน ถูกวางเรียงกันเป็นชั้นๆ ด้วยความประณีต
ถ้าพูดถึงฝีมือแล้ว เรียกว่า เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะตัดสินใจเลือกคนใดคนหนึ่ง
จาก “ผลงาน” ที่เห็นอยู่ตรงหน้า
พระราชาจึงตัดสินใจ ถามคำถาม แก่ทั้งสามคน
“พวกท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ”
……………………………
ด้วยความแปลกใจ
นายช่างคนแรกตอบกลับไปด้วยน้ำเสียง งงๆ ประมาณว่า ไม่เห็นหรืออย่างไร
“ข้าพเจ้ากำลังสร้าง กำแพง อยู่ขอรับ ท่านพระราชา”
…………………………….

ผมเองทำงานในแผนก แผนกลยุทธ์ หรือทีเรียกว่า Strategic Planning
อยู่ในองค์กรระดับชาติ มาเป็นเวลาเกือบสิบปี
ผมชอบเปรียบเทียบ ทึกทักเอาเองว่า
ถ้าองค์กรเปรียบเสมือน กองทัพของเล่าปี่ ในนวนิยาย “สามก๊ก”
นอกจากจะมีลูกน้องที่ เก่งในด้านการต่อสู้ ฟาดฟัน
อย่างเช่น กวนอู เตียวหุย หรือ จูล่ง แล้ว
การมี “กุนซือ” อย่าง “ขงเบ้ง” ฝ่ายบุ๋น
คอยให้คำแนะนำว่า ใครควรจะอยู่จุดไหน เพื่ออะไร
มองภาพรวมของกองทัพ เพื่อบรรลุจุดประสงค์ในภาพรวม
ก็ “สำคัญ” ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
“ฝ่ายแผนกลยุทธ์องค์กร” ก็ควรจะทำงานเป็น “ขงเบ้ง” ครับ
การที่ “ขงเบ้ง” สามารถทำงานได้
แม่ทัพที่เก่งกาจทุกคน ต่างเคารพนั้น
ก็เพราะ พฤติกรรมของ “เล่าปี่” ที่ “สนับสนุน” ขงเบ้ง
จน “แม่ทัพ” ต่างเห็นความสำคัญ
ของการ “มองภาพรวม” และ จุดหมายใหญ่ของกองทัพ
ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ
หากแต่ “ชีวิต” จริง ของการทำงานฝ่ายแผนกลยุทธ์นั้น ไม่ง่าย
การมองภาพรวม ในสายตาของ “คนทำงานหน้างาน”
อาจจะใกล้เคียงกับคำว่า “ไม่ทำอะไรเลย” ก็ได้
การศึกษา วิเคราะห์ตัวเอง วิเคราะห์คู่แข่ง
ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ เป็นไปได้
สื่อสารให้ “ผู้บริหาร” เข้าใจ และ พร้อมจะลุยไปด้วยกัน
แบ่ง “เป้าหมาย” ออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้แต่ละส่วนงาน รับไปปฏิบัติ
จัดสรร กำลังเงิน กำลังคน ให้อย่างพอเพียง ไม่มาก ไม่น้อยจนเกิดพอดี
ตั้ง “ตัวชี้วัด” หรือ ที่เรียกว่า “Key Performance Indicator (KPI)”
โดยมั่นใจว่า ถ้าแต่ละส่วนงานบรรลุเป้าหมาย
องค์กรก็จะบรรลุเป้าหมายเช่นกัน
ทั้งหมดนี้คือ “งาน” โดยคร่าวของ ฝ่ายแผนกลยุทธ์
ซึ่งต้องยอมรับว่า “ไม่ได้ทำงาน” เองเลย
เป็นการบอกว่า “คนอื่น” ควรจะทำอะไร ผ่านการ “วิเคราะห์” ในแง่มุมต่างๆ
ถ้า “ซีอีโอ” ไม่ “สนับสนุน” หน่วยงานนี้ อย่างจริงจัง
เหมือนที่ “เล่าปี่” คอยสนับสนุน “ขงเบ้ง” ฉันใดฉันนั้น
หน่วยงาน “แผนกลยุทธ์” ก็อาจจะไม่ต่างกับ “เลขา” กองทัพ
คอยวิ่งวุ่น ประชุมกับคนนั้น คนนี้ เพื่อรับ “ความเห็น”
แต่ กลับหา “จุดยืน” ของบริษัท ไม่เจอ กลายเป็นงาน “ธุรการ” ไปโดยปริยาย
“ภาพใหญ่” ขององค์กร เป็นเรื่อง “สำคัญ”
ที่คนส่วนใหญ่ “มักมองข้าม”

พี่ “จิก” ประภาส ชลศรานนท์ นักคิด นักเขียน
นักแต่งเพลง และ ผู้บริหารรุ่นเก๋าของ บริษัท “เวิรค์พอยท์”
เจ้าของรายการทีวี ชื่อดัง ค้ำประเทศมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น ชิงร้อยชิงล้าน แฟนพันธุ์แท้ ปริศนาฟ้าแลบ ฯลฯ
เคยเล่าให้ฟังว่า มีลูกน้องมาถาม ตอนยืนทำธุระในห้องน้ำ
“พี่ๆ ถ้าผมทำงานของผมได้ดีมากๆ แล้วไม่ยุ่งกับคนอื่นเลย
ผมเป็นพนักงานที่ดีมั้ยพี่”
พี่จิก นิ่งคิด ไปนิดนึง
แล้วตอบไปว่า
“เป็นพนักงานที่ดี แต่เป็นผู้บริหารที่ไม่ดี”
คนหนึ่งคนถ้าทำงานของตัวเองได้ดี ก็เปรียบเสมือน “นายทหาร”
ที่รับคำสั่ง จาก “หัวหน้า” แล้วทำตามอย่างแข็งขัน
เป็น “นายทหาร” ที่ดี
ความท้าทายคือ เมื่อ “นายทหาร” คนนี้ ได้รับ “เลื่อนขั้น” เป็น “แม่ทัพ”
เขาจะรู้หรือไม่ว่า “ความสามารถ” เดิมๆ สำหรับ “นายทหาร”
อาจจะยังไม่พอ
เพราะ “แม่ทัพ” ที่ดีจะต้อง “ดูภาพรวม” เป็น
เห็น จุดแข็ง ปิดจุดอ่อน สร้าง “เป้าหมาย” องค์รวมให้กับกองทัพได้
จึงไม่แปลกอะไรที่ “พนักงานเก่งๆ” มากมาย ที่ใฝ่ฝันอยากจะ “เลื่อนขั้น” กัน
กลับ “ประสบปัญหา” คือ มี “ของ” ติดตัวมาเยอะ
ลงรายละเอียดมาก ชอบทำเอง ไม่ชอบสอน หรือ สร้างจุดยืนร่วม กับลูกน้อง
ตรงกับชื่อหนังสือขายดีของ โค้ชผู้บริหารระดับโลกอย่าง “มาร์แชล โกลด์สมิทธ์ (Marshall Goldsmith)”
“What got you’re here won’t get your there”
(สิ่งที่พาคุณมาถึงจุดนี้ อาจจะไม่พาคุณไปถึงจุดต่อไป)
เป็นเหมือน “คำสาป” ของพนักงานเก่งๆในองค์กร
ที่ถ้ารู้ตัวเร็ว เริ่มสนใจ “บริบท” ขององค์กรบ้าง นอกจากงานของตัวเอง
ลองเปลี่ยน “แนวคิด” การทำงาน ก็อาจจะยังไม่สายเกินไป

กลับมาที่เรื่องราวของพระราชา
นายช่างคนแรก ตอบว่า “ผมก่ออิฐเพื่อสร้างกำแพงอยู่ขอรับ”
นายช่างคนที่สอง ตอบว่า “ผมกำลังสร้าง พระราชวัง อยู่ขอรับ”
นายช่างคนสุดท้าย ตอบว่า
“ผมกำลังสร้าง ความมั่นคง ความปลอดภัย ให้กับ บ้านเมืองของเรา อยู่ ขอรับ”
พระราชา ทรงมี “รอยยิ้ม” ทีมุมปาก อย่างชัดเจน เมื่อได้ยินเช่นนั้น

“นายทหาร” ที่ดี ควรรู้ว่า “ฟาดฟัน” ศัตรู ไปเพื่ออะไร
พนักงานที่ดี ต้องรู้ “เป้าหมาย” ขององค์กร
อีกเรื่องที่ พูดง่าย แต่ ทำให้เกิดผล ไม่ง่าย ในการบริหารงาน

ธุรกิจพอดีคำ, มติชนสุดสัปดาห์
กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s