Aside

ขอบคุณ(ที่รักกัน) Last day @ LABIX 20160115

มีผู้กล่าวไว้ว่า “จุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง จะก่อให้เกิดจุดเริ่มต้นของอีกสิ่งเสมอ” วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของการทำงานร่วมกันของผม และ ทุก ๆ คน จากวันพรุ่งนี้ มันจะไม่ใช่ความรู้จักกันแบบการทำงานอีกแล้ว มันจะเป็นมิตรภาพนิรันดร์ของพวกเราทุกคน ที่จะคงอยู่ตลอดไป ไม่มีทางลบหายไปจากจิตใจได้
ผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณทุก ๆท่าน ไม่เฉพาะที่มีชื่อในเมล์นี้ (ผมพยายามนึกว่ายังมีใครอีกไหมที่ผมลืมเมล์ในไซต์นี้) แต่รวมถึงทุก ๆ คน ตั้งแต่รุ่นแรก มาจนถึงแรกรุ่น รากหญ้า ยันยอดทาวเวอร์ ทุกคน ทุกผู้ที่ได้มีโอกาสมาพบเจอกัน ณ จุดจุดนี้ เราได้ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน จนเกือบจะแล้วเสร็จ ผ่านร้อน ผ่านฝน ผ่านหนาว (ม็อบ) มาด้วยกัน ต่างคนก็ต่างไม่รู้มือกันมาก่อน มาพบเจอกันที่นี่นี่เอง เวลานี้ เรานับถอยหลังเพื่อจะออกไปพบเจอสิ่งใหม่ ๆ กลุ่มคนที่เหลืออยู่นี้ คือ สุดของสุด ที่งวดเข้ามารวมกัน ผมเชื่อว่ามันลงตัวด้วยตัวมันเอง หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ความลงตัวแบบนี้ จะไม่เกิดขึ้นได้ การสิ่งใดที่หากว่าเคยล่วงเกินกันไว้ ทั้งกายกรรม มโนกรรม หรือ วจีกรรม ผมต้องขอโทษ ขอภัยมาด้วยครับ ในทางเดียวกัน สิ่งต่าง ๆ ที่หากว่าท่าน ๆ พลั้งเผลอละเมิดกับผมนั้น อย่าได้ถือสา ติดใจเป็นความ ผมให้อภัย และ อโหสิให้ทั้งนั้นครับ ไม่ได้นำมาติดไว้ในใจอะไรเลย พบเจอกันที่ไหน เราก็คือเพื่อนกันตลอดไปครับ
คนเรานั้น มักจะจำช่วงเวลาของความสุขไม่ค่อยได้ คงเพราะมันสั้น และ ผ่านไปเร็ว กลับกัน ยามเราลำบากนั้น เราจำได้ทุก ๆ โมเม้นต์ว่าเราทำอะไร กับใคร อย่างไร และ ใครทำอะไรกับเรา อย่างไรเช่นกัน ทีมงานของเราที่เหลือนี้ ได้ผ่านความลำบาก ผมใช้คำว่า มาก มาด้วยกัน ทั้งเรื่องงาน และ ภาระปัญหาส่วนตัว เราจะจำเรื่องราวเหล่านี้ได้เสมอ และเพราะเราเห็นกันในยามลำบาก เราจะไม่มีทางลืมเรื่องราวที่เราได้ช่วยเหลือกัน ผมจะไม่ลืมช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่บ้านทุ่งเลยครับ
ฝากขอบคุณไปยังเพื่อน ๆ ของทุกท่านด้วยนะครับ บางคนไม่ได้ร่ำลากัน ไว้ค่อยเจอกันใหม่ โลกมันกลม เดินรอบโลกมันก็ไกลหน่อย แต่จะกลับมาเจอกันแน่ ไม่วันใดก็วันหนึ่งครับ ใครมีข่าวคราวอะไรก็ส่งหากัน โลกแคบมากแล้วเดี๋ยวนี้
มึรายชื่อ แปดชื่อ ที่ผมขอกล่าวถึงเป็นรายบุคคล เรียกว่าขอบคุณเป็นพิเศษครับ
  1. พี่กล้วย ชลธี สมบัติมาก แม้นามสกุลจะบอกว่า “มาก” แต่ครึ่งค่อนปีที่นี่ พี่กล้วยก็สมบัติน้อยลงไปบาน พี่กล้วยเป็นมากกว่าเจ้านาย เป็นพี่ชาย เป็นตัวอย่างของการมุมานะ ตั้งใจจริง ปากร้ายใจไม่น่าจะร้ายเท่าไหร่ พี่กล้วยใช้ความร้ายของแกสร้างแรงกดดันมหาศาลลงไปที่ทุก ๆ คน ที่ไม่อยากจะให้แกด่า วิธีการที่จะไม่ให้แกด่าก็คือ ทำงานให้มันเสร็จ ๆเสีย ตามที่รับมอบหมาย แกก็จะมาด่าเราไม่ได้ ผมก็เช่นกัน หากพี่กล้วยออกปากอะไร ผมจะลัดทำให้ทันทีด้วยความเต็มใจ ใจหนึ่งอยากให้งานเสร็จ อีกใจก็คือ ไม่อยากโดนแกนั่งบ่นนั่งด่า ผมรู้สึกผิดกับพี่กล้วยอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ต้องทำให้แกเสียเงินซื้อเสื้อผ้าไปสามหมื่นกว่าบาท เพราะพลั้งปากไปถามแกเข้า ด้วยความรู้สึกผิด ผมก็ช่วยพี่เขาใช้เงินไปอีกจำนวนหนึ่งลงไปกับลีโอ เพื่อให้แกได้คลายความเสียดายเงินสามหมื่นนั้นลงไป เบ็ดเสร็จแล้ว แกหมดกับผมไปอีกหลายหมื่น แม้ตัวแกจะกินง่าย อยู่ง่าย เสื่อผืนหมอนใบ มาทำงานวันแรกพร้อมถุงหูหิ้วของ บิ๊กซี และถุงกระดาษใส่ดิคชันนารี่อีกเล่ม (ไม่เคยเปิดเลย เพราะแกด่าภาษาขอมอย่างเดียว) พี่กล้วยกินตีนไก่ทอดได้เอร็ดอร่อยที่สุดตั้งกะผมเคยเห็นคนกินตีนไก่มา กินแบบว่ามันเป็นเป็ดปักกิ่งของเรา ๆ เลย กินได้ทุกวัน กินจนร้านปิดหนี เพราะแม้แต่คนจนที่สุดของไซต์ยังไม่กินตีนทุก ๆ วันได้นานเท่าพี่กล้วย กินเหลือกินต่อได้อีกหลายวัน ไม่ต้องแช่เย็น มดยังไม่ขึ้นเลยมันเห็มหืนน้ำมัน แต่แกกินได้ เครื่องเคียงตามร้านของเรานั้น ปลาหมึกขึ้นรา ถั่วคั่วในโหลยาดอง แหนมที่ใบตองแห้งจนเหลือง แกคว้ากินหมด เรื่องนอนนั้นไม่เคยเห็น แต่ถึงขนาดปีนขึ้นหลังรถช่างไฟไปนอนคู่กันมาแล้ว ขอบคุณพี่มาก ๆครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ สูบบุหรี่จนเล็บดำแล้ว ตดออกเป็นควันเลย
  2. พี่ชัชชัย ประสาททอง ป๋าชัชของทุกคน ก่อนผมทำงานร่วมกับพี่ชัช ผมได้ยินฉายาแกว่า “พี่มีแต่ให้” ผมเข้าใจว่าแกแนวทุ่มเด็ก แต่ผมผิดครับ(ขออภัยด้วย) พี่ชัชเป็นซานต้าของลูกน้อง ไม่เคยปฏิเสธใครเลย ผมไม่เคยเห็นมีชัชมีอารมณ์อะไรขุ่นมัว โดนด่าก็เฉย ลูกน้องเหน็บก็เฉย งานเร่งก็เฉย(ทำนะ ไม่ใช่เฉยไม่ทำ) ทุกหัวระแหงในไซต์พี่ชัชรู้หมด ว่าใครซุ่ม หลบ อยู่ตรงไหน เสียงในว.จะดังตลอดเวลาที่พี่ชัชเหมือนอยู่ไปทุกที่ ทุกเรื่องต้อง ชัชชัย ผมนับถือในความทุ่มเทของพี่ชัชมาก ๆ ทุกเรื่องไม่เคยบอกปัด ใครขอให้หมด ยังกะพระเวสสันดร เงินเดือนไม่เคยถามถึง มีควักให้ลูกน้องตลอด กระเป๋าหลังกางเกงยีนส์แกนั้น บานย้วยไปหมดแล้ว นั่นคือ ที่มาของคำว่า “หมดตูด” แต่แกก็บ่เคยยั่น ที่จะดันงานให้ลุล่วง เอารถออกไปตะลอน ๆ หาของ บางคนก็โทรตามไปด่า ว่าไปทำไม บางคนก็โทรตามไปฝากซื้อเพิ่ม (เงินไม่ให้) กลับมาข้าวปลาไม่มีกิน ก็หาแบ่งตีนกับพี่กล้วยกินเอา ไม่เคยปริปากเลยว่าเหนื่อย หรือ ต้องรอนั่นรอนี่ ผมขอบคุณพี่มาก ๆ ครับ ในเรื่องส่วนตัว ผมสะอึกที่เห็นพี่ชัชมาทำงานวันพ่อ ลูกถึงกับต้องถามว่าขอสักวันได้ไหม แกก็ยังมา ใส่เสื้อ Bike for DAD มาด้วย แต่มาทำงาน งานบวช งานศพ เอาที่เลื่อนไม่ได้จริง ๆ แกถึงจะไป ไม่เคยป่วย ถามว่าแกแข็งแรงไหม ? เปล่าเลย แกห่วงงาน ถ้าเรายังกรี๊ดกับพี่เบิร์ดธงชัยได้ในวันนี้ พี่ชัชนั้นคือ เพื่อนเบิร์ดเลย เกิดมาด้วยกัน ผมว่าวันนี้พี่ชัชดูแข็งแรงกว่าเบิร์ดอีก อีกฉายาของพี่ชัช คือ “เซเว่นอัพ” ไม่ใช่ชอบน้ำอัดลม แต่ กินเบียร์ไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม เมื่อขึ้นขวดเจ็ดแล้วล่ะก็ พี่ชัชจะยืนกินตลอด ไม่ยอมนั่ง เชียะ เชียะ แกจะว่าแบบนี้ ไม่รู้แปลว่าอะไร วันที่ลูกค้าพาไปเลี้ยงขอบคุณแทบจะต้องล่ามขาไว้ กลัวแกลุกขึ้นยืนอีก แต่แกไม่ได้ยืน เพราะนับขวดไม่ถูก เด็กมันเอาไปเก็บ ฟาดไป ๒๒ ขวด นั่งตลอด…. รักษาสุขภาพด้วยนะครับพี่ เงินชราภาพจะได้เหลือบ้าง
  3. ช่างภาสกร รังสี แรมโบ้บ้านทุ่ง ช่างภาสกรดูแลงานและลูกน้องทั้งไซต์มาตั้งแต่ต้น ๆ รู้จักมักจี่กำพืดสันดานคนมาหลายรุ่น เป็นนายช่างคนเดียวที่”ดูแล” ไซต์ทั้งไซต์ ไม่ใช่ดูเฉพาะพื้นที่ของตนเอง ในงานแมคคานิคส์ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการเริ่มและจบเกือบจะสมบูรณ์ หากทุกอย่างลงตัวกว่านี้ เรื่องราวมันคงไม่ยืดแบบปัญหาปัจจุบัน แต่นั่นเป็นเรื่องที่เรากำหนดไม่ได้ครับ ช่างภาสกร เป็นคนละเอียด มุ่งมั่น บางทีระหว่างการคุย เขาเปลี่ยนเรื่องไปกันแล้ว แกยังใจจดจ่ออยู่ในเรื่องที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้อยู่เลย คือ ต้องเคลียร์จริง ๆ ถึงจะผ่าน นั่นเองเป็นสาเหตุที่การคุยกับลูกค้าทีไร เหมือนจะต้องใส่นวมคุยกัน เพราะลูกค้าเองหลายครั้งก็ไม่มีรายละเอียดมากพอ พอคุยแล้วทิ้ง ๆ ไปเรื่องอื่น ถึงได้ต้องคว้านวม ผลงานสร้างชื่อในหมู่ลูกค้า คือการด่าภาษาเกาหลีได้หยาบคายมากกว่าเจ้าของภาษากลางที่ประชุม เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับชาติ ต้องใช้กาวใจประสานกันหลายหลอดกว่าเรื่องจะสงบ นั่นก็เป็นสีสรรของการทำงานครับ ความทุ่มเทของช่างภาสกรต่องาน และ ห่วงใยลูกน้องนั้นช่างภาสกรแทบจะไม่เคยหยุดงานเลย แม้แต่วันอาทิตย์ มาทุกวัน หนักจริงๆ แบบเซชนตู้ หรือ ทรุดลงไปนั่ง แกยังไปหาหมอแป๊บเดียว กลับมาก็บู๊ต่อ เช่นกันครับ รักษาสุขภาพบ้าง รุ่นใหญ่แล้ว งานบางเรื่องให้เด็ก ๆทำได้ ก็คงต้องมอบหมาย สอนงานสอนการกันไป อารมณ์อย่าขึ้นสุดลงสุดครับ ความดันมันจะปรี๊ด ยุบหนอพองหนอไป บางทีผมโมโห ผมก็ทำหูทวนลมฟังมันไม่ออกซะดื้อ ๆ อย่างนั้น จะได้ไม่เสียประสาทครับ ที่ไหนได้ช่างภาสกรไปทำงาน มีสีสรรแน่นอนครับ วีรกรรมสู้ยิบตากับม็อบข้างถนนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา มองไปหาหมวกขาวรอบตัวไม่เจอใครเลย ใจหายวาบ มีแต่ช่างภาสกรคนเดียวที่ยันอยู่ด้วยกันวันนั้น ยามค่ำคืน ช่างเชื่อมเอากุญแจมาปาใส่ ท้าชกกลางถนน ยังกะเมืองคาวบอย ขอบคุณมาก ๆครับ
  4. ทัศนะ ฐิศุภกร (แทน) ผมเห็นแทนมาตั้งแต่เด็ก ๆ เกือบยี่สิบปีก่อน แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนมีโอกาสมาทำงานด้วยกัน เบื้องต้นผมก็ไม่รู้ว่าแทนทำอะไรมาก่อน อย่างไร เห็นคุมฮาเร็มอยู่ที่ช็อปมีสาว ๆสามสี่คนทำงานให้ จนมาอยู่ไซต์นี่ ผมบอกแทนกลุ่มงานpiping ได้เลยว่า หากไม่มีช่างแทนคนนี้ งานเราเน่าแน่นอน ตอนนี้ ก็เน่า แต่จะเน่ามากไปกว่านี้อีก งานแบบ และ แพคเกจ มือหนึ่งทำคนเดียว ตั้งกะต้นจนจบ ประสานงาน เกาหลี ไทย หน้างาน ไม่เคยเกี่ยง เรียนรุ้ และ ยินดีทำทุกอย่าง นอกจากเป็นผู้ให้แล้วยังเป็นผู้รับ ขอให้คงเส้นคงวา หาโค้ชดี ๆสักคน เส้นทางนี้จะสวยงามแน่นอน พื้นฐานต้องดีก่อน แน่นก่อน ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นใจ ที่ทำงานเราขาดโค้ช เพราะจากรุ่นใหญ่ก็มารุ่นเล็กเลย การสอนงาน เรียนรู้งานไม่เกิด ต้องหาโค้ชดี ๆให้เจอ ขอให้โชคดี
  5. สราวุฒ โชคสีอำนวย (มินต์ ฤทธา) มินต์ทำให้ผมเชื่อในคำกล่าวที่ว่า “บางครั้งสิ่งที่สุดอัศจรรย์ไม่ธรรมดา มันก็เกิดมาจากคนธรรมดาที่ไม่มีคนเห็น” มินต์มาทำงานตอนไหน ทำอะไร ผมไม่ทราบเลย เห็นแต่เดินคู่ ๆ กันกับแทน จนวันหนึ่ง วันร้ายคืนร้ายก็ผ่านเข้ามา ช่างจิ๊บลาออก ในจังหวะเดียวกันพี่กล้วยเข้ามาทำงานพอดี ต้องการการถ่ายงาน มองไปรอบ ๆตัว หาใครไม่มี ชื่อของมิ้นต์ก็ถูกเสนอออกมา ไม่มีใครรู้ว่า มิ้นต์คือใคร เคยทำอะไรมาก่อน ทำได้หรือไม่ได้ ไม่มีใครถาม คำสั่งคือ ต้องทำ ทำเลย ทำให้ได้ จากงานแพคเกจ งานสี งานพันช์ จนมาถึงงานหน้างาน มินต์ทำได้หมด ตั้งใจ เกรงใจ มุ่งมั่น จะไปทางมวยวัด หรือ ไทยไฟต์มิ้นต์ก็เอาหมด เพื่อให้งานออกมาให้ได้ ผมเพิ่งเห็นน้ำตาลูกผู้ชายที่มันหยดแหมะแหมะลงบนคีย์บอรดก็ตอนทำงานกับมินต์นี่แหละ หน้าตาเหมือนเด็กแว้น แต่จิตใจนั้นบอบบางเหลือเกิน ใครทักอะไรสะเทือนใจหน่อยเดียว น้ำตาสั่งได้เลยว่าจะเอาเป็นหยด หรือ เป็นสาย ออกข้างซ้ายหรือขวา ได้หมด… เช่นกันกับแทน หนทางข้างหน้ายังอีกยาว หาโค้ชดี ๆ ให้เจอ แล้วอนาคตจะเปิดกว้างให้มิ้นต์แน่ ๆ
  6. สองสาว ลิ้นจี่ และ ลำยอง ผมนับถือความทรหดของสองสาวคู่นี้ ชีวิตไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่เพราะเรื่องเงิน ทำให้สองคนนี้ ต้องรูดนิ้วเข้าทำงานตอนเช้า แล้วนั่งรอให้คนเปิดประตูเข้ามาด่า ๆๆๆ ยังกะเข้าส้วม ด่าจนพอใจแล้วก็ไป ใครคิดว่าก็แค่ฟัง ๆ หรือด่ากลับไป ลองเอาตัวไปนั่งให้เขาด่าเขาถามดูสักสองชม.จะรู้ว่ามันเครียดแค่ไหน สองสาวนี่ รับมาได้เป็นครึ่งค่อนปี ต้องถือว่าทัศนคติยอดเยียมมาก งานการก็ตั้งกะสากกะเบือยันเรือรบ ยุ่งพอ ๆ กับคนหน้างาน ไม่เคยเกี่ยงงาน และ น่าจะเป็นตัวอย่างให้กับเด็ก ๆ คนอื่น ๆให้มีน้ำใจ อารีอารอบ ล้างจาน ล้างส้วม แว้นไปซื้อของ ฯลฯ ทำทุกอย่าง แม้ชีวิตจะกระท่อนกระแท่นจากเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ ก็ยังไม่เห็นอาการถอดใจ สู้ทุกดอก เพื่อครอบครัว ไม่เสียงาน ลิ้นจี่นี่ผมเคยเห็นน้ำตาหยดหน้าคีย์บอรดเหมือนมิ้นต์ครั้งหนึ่ง ลำยองก็ตาแดง ๆ นั่งหลังห้องเห็นชัดยังกะตานกกะปูด นับเป็นช่วงเวลาทรหดของเราครับ ขอบคุณจริง ๆ จากใจ ขอให้เธอทั้งคู่ก้าวหน้า ต้องมีคนเห็นสิ่งที่เธอทำ แล้วนั่นแหละ คือ โอกาสของเธอ
  7. ช่างกบ วิทยา คิวซีรากหญ้าคนสุดท้ายของเรา จะยังไงก็แล้วแต่ กบเป็นคนส่งงาน ตรวจงาน เอกสาร ปั่นตัวเลข ฯลฯ ทุกสิ่งอย่างในไซต์ ถ้ากบแค่บอกว่า ไม่ใช่งานผม ทุกอย่างจบ แต่กบไม่เคยทำให้เห็นแม้แต่นิดเลยว่าคิดเช่นนั้น กบเป็นไอดอลของคนทำมาหากิน เมื่อก่อนผมชื่นชมเต็กกอ เอาเมียเจ็ดคนมาช่วยกันขายก๋วยเตี๋ยว แต่กบ ยิ่งกว่านั้น เมียทั้งหลายทำงานกันเอง แล้วเมื่อกบลำบาก เขาก็เอาเงินทองมาสนับสนุน นี่เรียกว่า ดีแต่เนื้อในออกมา ยิ่งกว่าพระสังข์ทองซ่อนรูป สุดยอดจริง ๆงานหลวงก็ไม่ขาด งานราษฏร์ก็ทุ่มเท เพลา ๆบ้างก็ดีนะ ไขข้อจะเสื่อมหมด ด้วยความสามารถ และ การสู้งานของกบ ผมอยากให้มีคนเห็นสิ่งนี้เร็ว ๆ และพากบไปช่วยงาน กบจะช่วยงานเขาได้มากจริง ๆผมเชื่อ
ทุกรายนามนั้น มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน คือ การทุ่มเท ไม่เกี่ยงงาน และ ช่วยเหลือผู้อื่น สามสี่ลักษณะของบุคคลเช่นนี้ ไม่มีลำบากแน่ครับผมเชื่อเช่นนั้น ไม่วันใดก็วันหนึ่ง วันนั้น จะเป็นวันของเราครับ
ส่วนท่านอื่น ๆ สมศักดิ์ช่างไฟ (อาฉีเสียงหล่อ) สมศักดิ์ เทสต์ ทีมงานเซฟตี้ แมตทีเรียล น้อง ๆคิวซีเทค ฯลฯ ขอบคุณรวม ๆกันมาทุกคนเลยครับ
ท้ายสุด ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ ในทุก ๆ ด้าน ลำบากวันนี้ มันก็จะผ่านไปครับ ลืมตาขึ้นมาพรุ่งนี้ ก็วันใหม่แล้ว Enjoy today ,as it’s present มีความสุขกับวันนี้ เพราะมันคือสิ่งพิเศษ(ของขวัญ) ก่อนจบทุกที่ ผมฝากเพลงประจำตัวผมมาให้ฟังเวลาคิดถึงกัน ผมจะนั่งฟังเพลงนี้ แล้วนึกถึงเรื่องราวที่ผ่าน ๆ มาของเราตลอดไปครับ
ลาที ไม่ใช่ลาก่อน จนกว่าจะพบกันใหม่

IMG_4215

สารพัดรอยยิ้ม….

IMG_4214

รักในสนามรบ

IMG_4213

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s