Manager Talk 20150412

สวัสดีครับเพื่อน ๆพนักงาน  TAC ทุกท่าน
          เข้าเทศกาลสงกรานต์กันแล้ว พักงานพักการเดินทางกลับภูมิลำเนารดน้ำขอพรผู้ใหญ่ทำบุญใหญ่สงกรานต์รำลึกถึงบรรพบุรุษ ถือเป็นโอกาสพักเบรคไปในตัวครับ หวังให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยกลับมาโดยถ้วนทั่วกัน ส่วนพวกที่เดินทางไปท่องเที่ยวในเทศกาลนี้ ก็เช่นเดียวกันนะครับสนุกสนานพอประมาณ ดูแลตัวเองให้ดี และปลอดภัยกลับมาเช่นกันครับ วันนี้ผมออกไปลาดตระเวณรอบ ๆ พื้นที่อาศัยมาเช่นทุกปี พบเห็นว่าค่อนข้างเงียบครับ ไม่เห็นวัยรุ่นหรือเด็กแว้นอะไรออกมาป้วนเปี้ยน เห็นรายหนึ่งตั้งโต๊ะขายแป้ง กระป๋อง น้ำ ก็เห็นเปิดน้ำแช่ตัวเองอยู่กลางแดดเหมือนช้างลงน้ำอย่างนั้น อาจจะเป็นเพราะวันนี้ยังเป็นวันแรกน่ะครับ พรุ่งนี้มหาสงกรานต์ เด็ก ๆ คงจะป้วนเปี้ยนออกมาเล่นบ้าง วัยรุ่นเขาก็มีที่ให้เล่นกันเป็นโซน ๆ ไป สนุกสนานตามวัยของเขา คนแก่อย่าได้ริไป เผลอ ๆ จะไม่โดนน้ำสักหยด(มันบอกเปลือง) ผมยังคงขอพยากรณ์ไว้ครับ ปีนี้เงียบแน่ ๆ ไม่ถึงกับวังเวงแต่ไม่สุดติ่งกระดิ่งแมวเช่นปีก่อน ๆ แน่นอน
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นผิดตาไปจากพื้นที่ภาคตะวันออกที่เคยเห็นคือ งานปิดทองฝังลูกนิมิตที่โดยทั่วไปจะมีป้ายขึ้นเป็นดอกเห็ด ไล่เรียงกันมาตั้งกะตรุษจีนยันสงกรานต์ ปีนี้ไม่ค่อยเห็น ไม่รู้เพราะฝังกันหมดทุกลูกแล้ว หรือ สภาพฝืดเคืองของเศรษกิจที่จะจัดงานหาทุนเข้าวัดอาจจะไม่คุ้มทุน ผมฟังรายการเพลงลูกทุ่งได้ยินพวกคิวนักร้องที่จะไปทำงานกันตามเทศกาล เดี๋ยวนี้ไม่ไปเป็นวงเล่นทั้งคืนแบบเดิมแล้ว ไปแต่หัวหน้าวง หรือ นักร้องเดี่ยว ๆ เหมือนไปโชว์ตัว สองเพลงสามเพลง แล้วก็เลิก เจ้าภาพก็จ่ายน้อยลง รายได้ก็ไม่พอที่จะพาวงไปได้ทั้งวง เรียกว่าแม้แต่วัดยังฝืดช่วงนี้ นักร้องรุ่นก่อนเขาหวังขายแผ่นเสียง ขายเทปคาสเซ็ตต์กัน เปิดทางวิทยุคนฟังชอบใจก็ต้องไปอุดหนุนเทป อยากเห็นตัวสักทีต้องรอฟรีคอนเสิรต์ถ่ายทอดมาให้ดู นักร้องดังๆ นี่ไม่ขึ้นนะครับฟรีคอนเสิรต ต้องปิดวิกล้อมเก็บเงินอย่างเดียว นั่นคือ เมื่อก่อน ดังแล้วดังเลย โลกเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้นักร้องไม่ได้สร้างแบบนั้นแล้ว จะมาหวังให้คนไปซื้อซีดี ลืมไปได้เลย ผมนี่จำไม่ได้แล้วว่าเคยซื้อซีดีแผ่นสุดท้ายเมื่อไหร่ มันนานมากแล้ว เราเข้าสู่ยุคดิจิตอลกันแล้ว นักร้องดังสามวินาทีเดี๋ยวนี้เยอะแยะ คือดังเพลงเดียว และ ไอ้ที่ดังนั่นติดหูท่อนฮุคนะ ท่อนอื่นไม่รู้จัก วงการก็ต้องสร้างสรรกันขึ้นมาให้บรรเจิด ทั้งสร้างข่าว โชว์เนื้อหนัง เปิดบนเปิดล่าง ให้มันมีข่าวเข้าไว้ ทำมิวสิคก็ต้องให้มันโชว์เนื้อหนังไว้ก่อน เสื้อผ้าหน้าผมนมตูด ครบ (ปั่นกระแส) รายการไหนดัง ๆ ก็ต้องส่งไปออกทีวีเข้าไว้ ทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ ให้คนจำได้ เพื่อติดตามผลงาน ผมว่าวงการเพลงนี่แหละที่ปรับตัวเป็นลำดับแรก ๆ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอล จะมาเอาศิลปินเก็บไว้บนหิ้งเหมือนเดิมคนไม่ติดตาม ต้องเอาออกมาปั่นกระแสให้คนจดจำ เพลงจะเป็นงัยช่างมัน เอาดังไว้ก่อน สปอนเซอร์เข้ารายการ ส่วนตัวนักร้องก็เอาไปออกโชว์ตัวกินค่าตัวแบ่งเปอร์เซ็นต์ไป คอนเสิรตนี่ไม่ต้องคิดจัดเอง ไม่มีคนดูแน่ ๆ อาศัยรับเชิญเขาไปเรื่อย ๆ นักร้องเก่าๆ เล่นกันจนเหนียงยาน ก็ยังหาคนที่จะมาแทนที่ให้คนติดตามไม่ได้ รอดูกันต่อไปว่าจะอำลาวงการกันตอนไหน อย่างไร
ตอนนี้ เขาไม่ได้ใช้การปั้นคนขึ้นมาเป็นผู้มีความสามารถ เขาใช้การ “สร้าง”​คนขึ้นมา จับมาเข้าประกวดออกทีวี ให้คนติดตาม ทั้งสงสาร รัก หมั่นไส้ และ เกลียด สักสิบสัปดาห์จะมีคนรู้จักคนกลุ่มนี้ไปหลายล้านคนแล้ว พวกนี้ก็จะมีต้นทุนพร้อมไปโกยเงินให้ต้นสังกัด เรียกว่า สร้างฐานคนดูรอไว้ก่อนเลย สร้างภาพดราม่าเข้าไว้ กตัญญู ทดแทนคุณ อะไรประมาณนี้ คนสงสาร ทำอะไรแฟน ๆจะบอกว่า ต้องอุดหนุน จะไปเอาของปลอมมาได้อย่างไร สงสารเขา นี่เห็นไหมครับ การ”สร้าง”คน  ใช้เวลาไม่นาน คนเสียเงินโหวตให้ สปอนเซอร์จ่ายเงินให้รายการ และออกมาทำอะไร คนที่ติดตามก็ตามมาจ่ายเงินให้อีก นี่แหละรูปแบบการทำงานบันเทิงของเรา เหมือนจะสร้างนักร้อง แต่ได้เป็นทั้งนักร้อง พิธีกร เล่นละคร ออกเกมส์โชว์​ รับเชิญคอนเสิร์ต ฯลฯ ทำอะไรก็ตาม “ฐาน”ที่ติดตามคนเหล่านี้ จะติดตามเทิดทูนบูชาและยอมมอบเงินถวายทองให้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ด้วยสำคัญว่าตัวเองเป็นผู้อุ้มชูไอ้เด็กคนนี้มาตั้งกะต้น จะมาทิ้งมันกลางทางได้อย่างไร … โน่น ไปได้ถึงขนาดนั้น…​นี่แหละครับอิทธิพลของการสร้างกระแสโฆษณา …. โอ้วนี่ผมพาลากไปไหนแล้วนี่…. ยังกะอยู่ในวงการเลย เปล่าเลยครับ ทั้งวงการบันเทิงหรือเพื่อนสัตว์เลี้ยง ผมแค่คอยมองดูการเปลี่ยนแปลงในวัยที่ผมผ่านมาเท่านั้น หวังว่าเรา ๆ จะไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสพวกนี้กันง่ายๆ นะครับ
วันหยุดมาว่ากันเรื่องเบาๆ อะไรสมัยนี้จะเบามากกว่าเงินในกระเป๋าเราเป็นไม่มี มันเบาเสียจนลอยออกไปจนหมดแบบไม่รู้ตัวได้ง่ายๆ มีคนรู้จักทำงานในวงการรถยนต์หลายคน ทั้งเป็นผู้บริหาร หน.งาน และ พนักงานฝ่ายผลิต มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาพริตตี้ถึงกับหาวนอน รถขายได้น้อยกว่าเมื่อสองสามปีก่อนไปเป็นครึ่ง แม้บริษัทรถยนต์จะมาประโคมข่าวว่ากระเตื้องขึ้นมาแล้วก็ตาม เมื่อเเดือนก่อนมีข่าวว่าบริษัทผลิตชิ้นส่วนหลายแห่งลดกำลังการผลิต ลดกำลังคน ถอนผรม.ช่วงออก เพราะกำลังผลิตของบริษัทรถยักษ์ใหญ่นั้นผลิตจนเต็มลานจอดแล้ว ยอดก็ไม่วิ่งไม่กระเตื้อง เซลล์ขายรถรายหนึ่งที่สนิทกันบอกว่า เมื่อห้าปีก่อน เซลล์รถยนต์คือมนุษย์ทองคำ ค่าคอมมิชชั่นเดือนละเฉียดแสน ใช้จ่ายมือเติบ กินเที่ยว ย้ายค่ายเป็นว่าเล่น อยู่ค่ายไหนก็ขายได้ ตอนนี้ เซลล์เหล่านั้นได้หายไปจากวงการแล้ว อยู่แต่พวกตัวแม่ ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ ยอดขายลดลง ต้องออกอีเว้นต์ถี่ยิบ จะในห้องแอร์หรือกลางแจ้งก็ต้องไป งานราษฎร์งานหลวงไปหมด ค่าใช้จ่ายแต่งหน้าทำผมออกเอง ไม่ทำก็ไม่ต้องทำ เจ้าของเขาไม่ง้อเลย …. นี่เอาแค่เซลล์นะ แผนกอื่น ๆก็คงหืดจับเช่นกัน เพราะไม่ได้ค่าคอมฯกับเขาด้วย มีน้อง ๆทำงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แจ้งข่าวมาว่าสงกรานต์นี้ ไลน์ปิดยาวเลย ให้กลับบ้านให้ชุ่มปอด น้อง ๆ ถึงกับใจหาย เพราะเคยเป็นบ่อรายได้ของทุกคนมาทุกปี แต่ปีนี้ถึงกะปิดโรงงานกันเลยทีเดียว กลับมาก็ต้องมาว่ากันใหม่ว่าแผนการผลิตจะกระเตื้องขึ้นมาไหม น้องสาวผมเองทำงานโรงแรมชื่อดังของเมืองไทยบอกว่าตอนนี้อัตราเข้าพักยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ โรงแรมแจกวันหยุดให้พนักงานอื้อซ่า ไม่ต้องไปทำงาน บางตำแหน่งเงินเท่าเดิม บางตำแหน่งเงินลดลง และ ทุกตำแหน่่งเงินค่าเซอร์วิสที่แบ่งปันกันจะลดลงตามจำนวนแขกที่เข้าพัก นี่ขนาดไฮซีซั่นนะครับ
พูดถึงธุรกิจโรงแรมที่เกี่ยวเนื่องมาจากการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่เอาคนเข้ามาดูชมของ”ฟรี”ในธรรมชาติทำรายได้เข้าประเทศอันดับต้นๆทุกปี (สะท้อนให้เห็นว่าเรายัง”สร้าง”อะไรออกมาขายไม่ได้มาก นอกจากขายของเก่าที่มี) วิธีการคิดสร้างรายได้ของการท่องเที่ยว มาด้วยสามปัจจัย หนึ่ง จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา สอง จำนวนวันที่นักท่องเที่ยวมาพัก และ สาม จำนวนเงินที่จะใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อคนต่อวัน ถ้าจะทำให้ดีที่สุดคือ ต้องให้คนเข้ามามากที่สุด (ด้วยการอำนวยความสะดวก สนามบิน ยกเว้นวีซ่า ภาษี ฯลฯ ให้สิทธิอื่น ๆ) อยู่นานที่สุด (การตั้งโปรแกรมท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กัน ทั้งในเมือง ต่อไปตจว. หรือ ทั้งไปภูเขา ลงทะเล ฯลฯ) และ ใช้จ่ายเงินให้มากที่สุด (มีโปรแกรมช็อปปิ้ง ศูนย์กลางแฟชั่น สปา ศูนย์สุขภาพ โอท็อป ฯลฯ) ลองมองไปรอบ ๆ ตัว จะเห็นว่า ยุทธศาสตร์หลายอย่างทำเพื่อรับเรื่องนี้ทั้งนั้น แต่ที่ตลกก็คือ การทำงานมันไม่ได้ประสานกันไปทางเดียวกัน ไอ้คนที่อยากให้มามากสุด ก็ดันขาดระบบคัดกรอง ไปได้เอาพวกซำเหมา ก่อการร้าย หนีคดีมาอื้อซ่า พวกนี้มาสร้างปัญหาให้กับเราแทน จำนวนวันที่จะอยู่ให้นานก็ขาดการบูรณาการโปรแกรมท่องเที่ยวต่อเนื่องจากที่นี่ไปโน่น บางทีขาดช่วง ก็เอาไปปล่อยตามตลาดนัด ตลาดน้ำ เดินกันโทงๆ สามสี่จังหวัดหน้าตาเหมือนกันหมด ใครไปมาครั้งเดียวพอ ไม่ประทับใจ และ สามเงินในกระเป๋าที่จะใช้จ่าย ด้วยการไม่ได้คัดกลุ่มนักท่องเที่ยวให้เฉพาะเจาะจง พวกซำเหมามากัน เงินก็ไม่ค่อยจ่าย ขี้เหนียวกว่าคนไทยอีก แม่ค้าแม่ขายถึงกับครางฮือ…. นี่ขนาดว่าจะเอาให้การท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักนะครับ ยังไปได้ขนาดนี้ ผมยกเอาเรื่องนี้มาเพราะมันสัมพันธ์กับงานของเราเองน่ะครับ เราเองทำงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เราก็ต้องการสามสิ่งนี้ หนึ่ง ลูกค้าที่จะติดตามเราใช้บริการเราต่อไป และ หน้าใหม่ ๆ ที่จะรู้จักชื่อเสียงของเราจากการบอกกันไปปากต่อปาก สอง จำนวนงานต่อเนื่องจากหนึ่งเป็นสองสามสี่ของลูกค้าปัจจุบัน และ สาม เงินที่ลูกค้ายินดีจะจ่ายให้กับเรา ทั้งงานปรกติ และ งานเพิ่มเติิม เพิ่มๆๆๆ ไปเรื่อย ๆ ลองจินตนาการดูสิครับ ว่าทุกวันนี้ เราเองมีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากแค่ไหน เราเองทำงานกับที่นี่นั้นมีส่วนทั้งทำให้เกิดผลบวกและผลลบได้ทั้งนั้น การติดต่อประสานงานกับลูกค้าไม่มีใครเอ่ยอ้างชื่อของพนักงานคนไหนว่าเป็นคนทำ จะมีแต่ “ทีเอซี” เท่านั้น จำนวนเงินที่จะจ่ายให้ก็เช่นกัน หากว่าทำงานดีผลงานถูกใจ เงินก็อยากจะจ่ายให้เป็นกำลังใจตอบแทน (แบบแฟนคลับนักร้องด้านบน) แต่หากผลงานเข็นแล้วเข็นอีกก็ไม่ไปไหนเสียที กว่าจะจ่ายสลึงบาทเขาก็คิดแล้วคิดอีกแน่นอน นี่เอาแค่งานธรรมดานะ งานเพิ่มๆๆๆๆ ก็คงไม่ต้องพูดถึง
พวกเราทั้งหลายนั้นล้วนโชคดีกว่าหลาย ๆ คนนักที่ได้มีการมีงานทำเป็นหลักเป็นฐานหลักแหล่งมั่นคง หลาย ๆคนไม่มีโอกาสเช่นนั้นนะครับ บริษัทเองก็ไม่ได้นิ่งดูดายที่จะสักแต่ว่าทำงานไปวัน ๆ ให้มันผ่านๆ ไป เราต้องการสร้างสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าของเรา สิ่งเหล่านั้นจะเกิดไม่ได้ถ้าปราศจากการร่วมมือกันของทุกคน การทำงานแบบต่างคนต่างทำ ทุกอย่างจะสะเปะสะปะ ไร้ทิศทางบางทีก็มาขัดขวางการทำงานของทีมงานเดียวกันเสียด้วย การสื่อสารระหว่างกัน เข้าใจจุดหมายร่วมกัน และมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน (ภาษาราชการบอกว่า บูรณาการ) จะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายสามข้อตามที่บอกได้ มันอาจจะยาก แต่ไม่ยากไปกว่าจะพยายาม เป้าหมายที่ดีนั้นต้องไม่ง่ายที่จะคว้าถึง แต่ถ้าได้เอื้อมสักนิด ถึงแน่ ๆ นั่นแหละครับที่เราต้องทำร่วมกัน ออกศึกแบบนักรบ นักรบที่ไม่ได้ต่อสู้เพราะความเกลียดชังสิ่งที่เขาไปรบด้วย แต่เขาต้อสู้เพื่อคนที่เขารักในแนวหลัง เพื่อปกป้องสิ่งที่เขารักต่างหาก ถ้าเรารักงานที่เราทำอยู่ เราก็จะสามารถมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จร่วมกันได้ครับ ผมเชื่อเช่นนั้น
อย่างที่บอกว่าเราเป็นงานกลุ่มงานก่อสร้าง ไซต์งาน มองง่ายๆ ว่างานเราควรจะไปทางไหนมากหรือน้อย ให้มองที่งานตอกเข็มครับ สมัยผมยังหนุ่มแน่น จะเห็นแพล้นท์ตอกเสาเข็มมากมาย ทั้งเข็มตอกเข็มเจาะ เรียกว่า ตอกทิ้งตอกขว้าง แพล้นท์ขึ้นไม่ทัน ก่อสร้างบูมฝุด ๆ บริษัทรับตอกเสาเข็มชื่อดังของฝรั่งเศสนี่เนื้อหอมมาก ๆ เพื่อน ๆผมไปเข้าทำงานกันเพียบหลังจบมาใหม่ ๆ ระยะนี้ เราผ่านไปมาทางนิคมไหน ๆ ลองมอง ๆ ดูบ้างนะครับ เราเห็นแพล้นท์ที่ลงมือตอกเสาเข็มมากน้อยแค่ไหน นั่นเป็นดัชนีบอกสภาพงานก่อสร้างไซต์งานของเราครับ ไตรมาสแรกของปีนี้ งานใหญ่แถวท่าเรือสัตหีบหมดลง ไตรมาสสามที่จะถึงงานใหญ่ย่านแหลมฉบังก็จะทยอยหมดลง ขนาบกับงานใหญ่ที่ไออาร์พีซีก็จะทยอยหมดลง แรงงานฝีมือและไม่ฝีมือจำนวนมหาศาลจะถูกปล่อยออกมาในตลาดแรงงานอีกครั้ง จะมาแย่ง หรือ มาแทนที่แรงงานปัจจุบันย่านนี้หรือเปล่าก็ยังต้องรอดูต่อไป เคยมีน้อง ๆที่ทำงานด้วยมาถามว่ารู้สึกไม่มั่นใจเลยเวลาที่ต้องถูกบริษัทเลือกให้ไปต่อ หรือ ไม่ไปต่อ ต้องทำอย่างไรดี ผมให้คำแนะนำไปว่า ถ้าอยากหมดปัญหาเหล่านี้ ที่ทุกครั้งต้องมากังวล ให้พยายามทำตัวเอง(หมายถึงพัฒนาตัวเอง)ให้อยู่ในยี่สิบเปอร์เซ็นต์แรกของกลุ่มเข้าไว้ ทั้งความสามารถและปริมาณงานที่รับผิดชอบ เช่นถ้างานกลุ่มเดียวกับเรามีคนทำงานอยู่สิบคน เอ็งต้องเป็นที่หนึ่งหรือที่สองเข้าไว้ เหตุผลของผมคืิอ หากเรามีความสามารถขนาดนั้น ไม่มีที่ไหนอยากปล่อยเราไป และ สอง หากเขาไม่เห็นความสามารถอันนั้นของเรา ที่อื่นๆ ก็จะมองเห็นและรับเราเข้าไว้ทำงานกับเขาแน่นอน….จะสังเกตว่าใครเข้าเกณฑ์ยี่สิบเปอร์เซ็นต์หรือเปล่าให้ดูตอนเขาลาออกไป บางคนคนไม่รู้เลยว่าอยู่หรือไป เพราะอยู่กับไม่อยู่ไม่ต่างกันเลย นั่นคือพวกแปดสิบเปอร์เซ็นต์ครับ…. บางที่เลี้ยงส่งกันสามวันสามคืน ไม่ใช่แสดงความยินดีกับคนไปนะ ยินดีกับคนอยู่ต่างหากที่พี่เขาไป ๆ ซะที….
เรื่องเล่าสุดท้ายก่อนจบ ว่าด้วยเรื่องประโยชน์ของความกลัว … เมื่อแรกเลยนั้นแอปเปิ้ลทำแต่ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์เป็นหลัก แต่ไหนแต่ไรมา ตั้งแต่แอปเปิ้ลทู​มาจนถึงแมคอินทอช จนมาภายหลังแอปเปิ้ลมาทำไอพอด ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเพลงชนิดพกพาขนาดเล็ก ดีไซน์ล้ำหน้า วัยรุ่น วัยดึกซื้อกันเพียบ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า…​ณ วันนั้นมือถือยังคงเป็นโทรศัพท์โทรเข้าออก และ ส่งข้อความเท่านั้น จนวันหนึ่งมีผู้ผลิตโทรศัพท์รายหนึ่งเพิ่มการเก็บเพลงเข้าไปในโทรศัพท์และทำให้มันเป็นอุปกรณ์ที่สามารถฟังเพลงพกพาได้ (คงจะพอนึกออกว่ายุคนั้นมันช่างเท่ห์มาก ๆ ) นวัตกรรมนี้รายงานไปถึงสตีฟ จ็อปส์ และทำให้เขาหวั่นเกรงว่าไอ้โทรศัพท์แบบนี้มันจะต้องมาแย่งตลาดของไอพอดไปแน่ ๆ ไอ้ความหวั่นเกรงที่ว่านี่แหละเป็นคุณูปการกับโลกของเราอย่างมาก เพราะทำให้แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ตัดสินใจกระโดดลงมาร่วมเล่นกับตลาดโทรศัพท์สมาร์ตโฟน จนเกิดไอโฟน ไอแพด ไปทั้งโลกจนมูลค่าการตลาดของแอปเปิ้ลติดอันดับต้นๆของโลกไปเลย…. นี่แหละครับแรงผลักมหาศาลที่เกิดจากความกลัว…. พวกเราเองหากยังหาแรงบันดาลใจอะไรที่จะพัฒนาตนเองไม่ได้ ลองหัดกลัวอะไรที่จะมาโดยไม่รู้ตัวไว้บ้างก็ดีนะครับ เผื่อจะช่วยได้
ขอบคุณที่พวกเราทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเติบโต และความสำเร็จของงานที่เรากำลังทำอยู่นี้ร่วมกันครับ
 
บุญรักษา

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s