Manager Talk 20150208

สวัสดีครับเพื่อน ๆพนักงาน  TAC ทุกท่าน

เมื่อวานได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาในห้างสรรพสินค้ากะเขาบ้าง (ไม่ได้ไปเป็นปี ๆแล้ว) ซื้อสินค้าและ บริการไปบ้างเล็กน้อย พบเห็นสิ่งใหม่ ๆ (ที่ผมเพิ่งเคยเห็น เขาคงจะมีกันนานแล้ว) อันแรกเป็นการใช้บัตรเครดิตชำระเงิน โดยไม่ต้องมีสลิปมาให้เซ็นต์แล้ว ใช้การเซ็นต์อิเลคโทรนิคส์ลงบนเครื่องอะไรบางอย่าง ไม่มีสลิป ลายเซ็นต์อิเลคโทรนิคส์นั้นวิ่งเข้าไปยืนยันในเอกสารให้เสร็จสรรพ เป็นการแสดงตัวตนแบบหนึ่ง เมื่อสองสามปีก่อน ผมก็เคยเห็นเด็กปั๊มน้ำมันเอานามบัตรเราไปออกบิล เมื่อแรก เข้าใจว่าจะเอาไปเขียน แต่เปล่าเขาเอาไปวางทาบเข้ากับเครื่องอะไรไม่รู้ แล้วมันสแกนออกมาเป็นที่อยู่ของบริษัทตามบิลให้เลย สะดวกและน่าอเมซซิ่งมาก (ตอนนั้น) เลยคิดว่า อีกหน่อยเอ็งคงไม่ต้องให้ข้าเซ็นต์ยิก ๆ บนกระดาษแล้ว และ มันก็มาถึงจริงๆ ในเวลาไม่กี่ปี เห็นว่าตอนนี้ สามารถใช้สมารตโฟนจ่ายจ่ายเงินได้ด้วย QR Code ตามร้านสะดวกซื้อ (ใครไม่รู้จัก QR Code ให้ดูที่คำลงท้ายชื่อของคุณพิชัย นั่นแหละ อันเหลี่ยม ๆ ที่เราดูไม่รู้เรื่อง ใครมองแล้วเข้าใจ หรือ รู้เรื่อง รีบมาบอกผมนะ ผมจะพาไปออกสรยุทธ) นี่เป็นเทคโนโลยี่ที่ทันสมัยไปเรื่อย ๆ จนเราอ่อนล้าที่จะตามมันไป แล้วเราก็จะ…ตกยุค ถ้าเราหยุด…..

 

อย่างที่สองที่ผมเจอในร้านสุกี้เอ็มเค เป็นจอภาพขนาดเล็กติดตั้งไว้ทุกโต๊ะ ตอนแรกไม่รู้ว่าจออะไร นึกว่าโฆษณาเฉย ๆ พอสั่งอาหารเสร็จ ดึงออกมาเล่น แตะไปแตะมา มันเป็นแท็ปเล็ตนั่นเอง บนจอเป็นเมนู และ รายการอาหารต่าง ๆพร้อม โปรโมชั่นให้เลือก จอสามารถดึงไปได้ทุกมิติ นั่นคือ ถ้ามากันเป็นกลุ่ม ๆ ลูกค้าจะสั่งกันแบบสนุกสนาน (เด็กเดี๋ยวนี้มันเกิดมาพร้อมกับแท็ปเล็ตรูดปรื้ด ๆ นะครับ) นอกจากนั้น ก็บอกด้วยว่าเราสั่งอะไรไปบ้าง ราคาเท่าไหร่ เด็ก ๆ มากินก็คงจะสะดวก แต่เห็นพวกสว.มากิน ต้องมีเด็กรับออร์เดอร์ยืนคอยอธิบายวิธีใช้อยู่ เสน่ห์ของการรับออร์เดดร์ก็ลดน้อยลงไปหน่อย ไม่รู้ผมคิดไปเองไหมว่า เด็ก ๆ หน้าตาเขาเคร่งเครียดสักหน่อย คงเพราะจำนวนพนักงานที่ลดลง (มีหน้าจอช่วย) และ ต้องทำหลายอย่างมากขึ้น ตั้งแต่รับออกเดอร์ เอามะนาวพริกมาให้ บางทีเห็นไปเข็นน้ำก็มี อันนี้ ขาดเสน่ห์ของงานบริการไปเล็กน้อย เมื่อก่อนเด็กเยอะ จนออกมาเต้นให้ลูกค้าดูได้ทุกชั่วโมง ตอนนี้ พิษค่าแรงขั้นต่ำ และ เทคโนโลยี่ ให้เด็กมาเต้นแบบนั้นอีก มันอาจจะสวนเอาได้นะครับ ไอ้การสั่งอาหารแบบนี้ เกือบสิบปีก่อน ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่แถวเอกมัยร้านหนึ่งกับเพื่อน ๆ ที่เรียนมาด้วยกัน ไอ้ร้านที่มันเป็นแพอาหารคอยลอยผ่านหน้าเรา อยากได้อะไรก็ยกลงมากิน แต่ถ้าอยากได้อะไรพิเศษต้องเรียกน้องมาสั่ง แล้วจะมีคนมาเสริฟอีกที ตอนนั้น เราคุยกันเล่น ๆ ว่า เฮ้ย มันน่าจะมีใครที่แม่งคิดไอ้โต๊ะห่าอะไรก็ได้สักอย่าง ที่มันนั่งกดเลขอาหารได้ (ตอนนั้นทัชสกรีนยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก) แล้วในครัวมันเห็นเลยว่าใครจะเอาอะไร ใครก่อนใครหลัง ไม่มีการแซงคิว และ ลูกค้าเย็นใจได้ว่าอาหารมาแน่ จะพิเศษอย่างไรก็ส่งถูก ลูกค้าก็สนุก คนทำก็ลดขั้นตอนไปตั้งเยอะ…..​เผลอไปสักสิบปี เดี๋ยวนี้มีกันเกร่อเลย ตอนไปญี่ปุ่นไอ้ต้นตำรับนักคิดนั้น ไปเจอการเสริฟอาหารแบบสายพานเหมือนบ้านเรา ตอนนั้นเห็นว่า เฮ่ย บ้านข้าก็มี ไม่เห็นแปลกเลย ปรากฏว่ามันมีเลนชั้นสอง (เหนือสายพานเอื่อย ๆ ชั้นแรก) มีรถ”ด่วน” วิ่งเร็วกว่า และ มีเสียงปี๊บ ๆๆ วิ่งออกมาจากครัว ไปยังโต๊ะที่กดสั่ง แบบความเร็วจรวด เราเองคิดจะคว้ามากินยังคว้าไม่ทัน (โดยมารยาทเขาคงไม่ทำกัน เพราะเราไม่ได้สั่ง) พอมันไปถึงโต๊ะนั้น มันก็หยุดตัวลงเอง คนที่โต๊ะ หยิบของลง แล้วกดปุ่มที่โต๊ะ มันวิ่งเป็นรถด่วนกลับเข้าครัวเองเลย เจ๋งจริง ไปแวะกินข้าวที่ศูนย์พักรถยนต์ระหว่างเมืองของเขาอีกคราที่พบสิ่งใหม่ พอเรายืนสั่งอาหารเสร็จ ชำระเงิน เขาให้ของมาชิ้นนึง เป็นเหมือนรีโมตรถยนต์อันเล็ก ๆ เราก็ไม่ให้เสียชื่อพี่ไทย รับมาก่อน แล้วก็ยืนรอเก้ ๆ กัง ๆ หน้าร้าน (เกะกะคนใหม่ด้วย) เพราะเราคิดว่า ซื้อก่อนต้องรอก่อนซิวะ จะมาเร่งแซงคิวรึงัย ไม่ได้กินข้าหรอก มาจากไทยแลนด์นะเว้ยเฮ้ย…. ปรากฏว่าพี่คนที่ไปด้วยกันบอกว่า เอ็งจ่ายเงินแล้วเอ็งจะไปไหนก็ไปสิวะ มายืนบังหน้าร้านเขาทำไม เราก็ยังไปเถียงเขาอีกว่า เด๋วเขาทำเสร็จ คนอื่นเอาของเราไปนะพี่ แกบอกว่า ไอ้ที่เอ็งเอายัดกางเกงไปน่ะ เด๋วเมื่อมันร้อง เอ็งก็เดินมาเอา นั่นแหละ ของเอ็ง ไม่ต้องมายืนเฝ้าให้เมื่อย… ฮ้า.. จริงเหรอ…​อ่ะโด่ มิน่า หน้าร้านโล่งเชียว แต่เห็นมีคนเดินมาเอาอาหารไปเรื่อย ๆ ไม่มีการเฝ้า (พวกยืนหน้าแหลมรออยู่นั่น คงบ้านเดียวกับเราวุ้ย) … พอกลับมานั่งรอที่โต๊ะ สัญญาณดัง เราเดินไป เขารอส่งของให้อยู่แล้ว โค้งคำนับ รับไอ้วัตถุนั้นคือ เป็นอันจบพิธี ทั้งร้านมีสองคน ไอ้คนทำ กะคนเก็บเงิน และเขาคงสลับกันได้ด้วยอ่ะ ช่างเป็นการประหยัดทรัพยากรด้วยเทคโนโลยี่ดีจริง ๆ

 

สิ่งแปลกที่ผมพบแล้วไม่อยากจะเชื่อว่าชาตินี้จะได้เห็น คือ เมื่อเราตกลงซื้อสินค้า เด็กถามว่าชำระด้วยอะไร เราก็บอกบัตรเครดิต เขาก็เสนอเลย เอาผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์ไหมครับ เราบอกว่า ไม่เป็นไร เอาปรกติเนี่ยแหละ เด็กบอก งั้นพี่ไม่ได้ส่วนลดนะ เราก็ เอ๊ะ ถ้าข้าจ่ายเอ็งหมดสิ ข้าควรได้ส่วนลด ถ้าข้าผ่อนยาว  ธนาคารก็ได้เงินทีละหน่อย ๆ ไหนจะศูนย์เปอร์เซ็นต์ จะเป็นส่วนลดได้งัย เด็กบอก ผมก็ไม่ทราบอ่ะครับ เขาอยากให้ทำศูนย์เปอร์เซ็นต์มั้ง ลองคิดดูสิครับ เมื่อก่อน จะเป็นหนี้ มันโคตรยาก ต้องรูดเต็มจำนวน แล้วไปทำเรื่องขอผ่อน ผ่อนยังมีดอกอีกด้วยนะ จะซื้ออะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง เด๋วนี้ ไม่ต้องคิดเบย สมมติผมทำงานบริษัทมีรายได้สักแปดพันบาท ต้องการซื้อโทรศัพท์ไอโฟนหก ประมาณสองหมื่นห้า ผมนี่ หมดปัญญาแน่นอนถ้าเป็นสมัยก่อน แต่….​เด๋วนี้ สองหมื่นห้า ทำผ่อนสิบเดือน เดือนละ สองพันห้า แถมได้ส่วนลดด้วยตั้งเกือบพัน สบายมาก ชิลด์เว่อร์ อยากได้อะไร จัดได้เลย ….​มิน่า เด๋วนี้ ว่าทำไมเด็ก ๆรุ่นใหม่ ๆ ต้องคอยไปยืดผมเป็นครั้งคราวทั้งชายหญิง เพราะผ่อนจนหมดตัว กินมาม่าจนหัวหยิกนั่นเอง อย่าตกเป็นทาสของวัตถุจนเกินไปนะครับ รายได้ที่ไม่พอเพียงนั้น เป็นเพราะรายจ่ายที่เกินตัวหรือไม่ ต้องพิจารณาดูให้ดี เมื่อก่อนมีเพลงให้ร้องกันว่า “เหลือจ่ายให้นำไปเก็บ เหลือเก็บให้นำไปใช้…..”  นั่นคือ ควบคุมค่าใช้จ่ายให้พอดี แบ่งเงินไว้ออมบ้าง เมื่อเหลือ ค่อยนำไปใช้(ในสิ่งที่ไม่จำเป็น) ไม่ใช่ขี้เหนียว แต่ใช้เงินเป็น แต่เด๋วนี้ใครมาร้องเพลงนั้น คงเป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี เด๋วนี้ ต้อง “ห้าพันกินแค่วันที่ห้า แล้วจัดมาม่าต่อถึงสิ้นเดือน…..”  พวกไดโนเสาร์นี่แหละครับ ที่เป็นผู้ยื่นมือยื่นเงินให้เด็ก ๆ ปัจจุบันไถเงินใช้อยู่จนยันมีหลาน เมื่อก่อน เด็ก ๆ รีบทำงานเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ อยากให้พ่อแม่สบาย เด๋วนี้ พ่อแม่บอก เรียนจบแล้ว ไม่ต้องมาเลี้ยงพ่อแม่หรอก แค่เมริงไม่กลับมาไถเงินกรูเพิ่ม ก็เหมือนถูกหวยกองสลากเลขงาม ๆ สักห้าสิบคู่แล้ว …. บางคนมาไถ แล้วยังเอาไข่มาให้เลี้ยงด้วยนะ แถมพูดให้พ่อแม่สำนึกว่า ก็เดี๋ยวนี้ พ่อแม่ก็ไม่ได้ใช้เงินเลี้ยงผม/หนูแล้วนี่ ก็เอามาเลี้ยงหลานละกัน อยู่กันแก่เฒ่าจะได้ไม่เหงา เออ พูดซะเป็นบุญคุณด้วยนะ พูดบ่นไปเรื่อย หวังว่าน้อง ๆ ของเราคงไม่ได้เป็นแบบนั้นนะครับ

 

เข้าเดือนกพ. สองเดือนของงานพีค ตีนปลายของงานหลายโครงการ งาน ๑๖๐​นี่ก็มวยยกห้า ปี่กลองเชิดแล้ว จะอยู่จะไป จะครบรอบปีแล้ว ทีมงานก็เร่งจะน็อคงานให้ได้ จะแผ่วจะเบาหรือยางแตกยังไงก็ต้องถูไถกันไปให้ได้ในสองสัปดาห์นี้  งาน ๑๖๔ ก็เช่นกัน ทั้งงาน STR และงาน Piping มีการตั้งวอร์รูมกันหน้างานเลยทีเดียว เพื่อผลักดันงานให้ลุล่วงไปให้ได้ ทั้งลูกค้าภายในภายนอกล่อกันนัว บางทีเมาหมัดหันมาล่อกันเองก็มี ๑๖๑ ปลายชายขอบแดนไกลระยอง จะขึ้นยกห้าแล้ว แม้ปี่กลองยังไม่เชิดแต่ด้วยเนื้องานที่ยังคงต้องดันงานให้ทันแผน ทีมงานก็ต้องฟิตยังกะกินดีหมีเช่นเดียวกันครับ ไม่งั้นเอาไม่อยู่ ทีมงานหน้าดำยังกะโดนของ มียันต์ห้าแถวกันถ้วนหน้า แต่ไม่ใช่ของอาจารย์หนูนะครับ แถวมันสั้น ๆ เหมือนโดนใครยันมา อ่วมอรมทัยไปตาม ๆ กัน ส่วน ๑๖๕​ อีกชายขอบหนึ่งทางแหลมฉบังแม้จะยังอยู่ยกสี่ แต่สถานการณ์ก็ยังตกเป็นรอง ต้อง”จัด”ทัพ เพื่อขยับตามให้ทัน ไม่งั้นจะเป็นรองหนักหืดจับ ส่วนพวกงานเล็กงานน้อยในมาบตาพุด ก็ใช้หน่วยจรยุทธ ทั้งทัพหลวง ทัพหน้า ทัพหลัง เข้าโรมรันพันตูกัน ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ทีมงานไปเจอกันตามที่ต่าง ๆ อย่างกับนารายณ์อวตารสิบปาง อยู่ไปทุกที่ ทีมงานเราอาจจะไปได้สุภาษิตมาว่า “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว”​เลยสร้างไม่ยอมเสร็จเสียทีแบบกรุงโรม แต่กรุงโรมที่สร้างไม่เสร็จในวันเดียวน่ะ จักรพรรดิโดนจัดกลับบ้านเก่าไปหลายองค์นะ อ่านพงศาวดารต้องอ่านให้หมดด้วยนะครับ ปราชญ์กล่าวว่า เริ่มงาน ใครก็เริ่มได้ แต่จะปิดงานให้สมบูรณ์แบบนั้น ต้องใช้ฝีมือล้วน ๆครับ โชคไม่เกี่ยว ทีมงานต่างๆ ในสมรภูมิที่ลุ่มมาบตาพุดนี้ขอเอาใจช่วยครับให้ฟันฝ่าดงหมัดสลัดเท้าผ่านไปได้ด้วยดีครับ ทีมงานสนับสนุนต่างๆ ก็ปรับกลยุทธตามกันหัวหมุน ตามความต้องการของหน้างาน ตั้งสติกันให้ดีครับ สองเดือนนี้ คือ “พีค” แล้ว หากมัวแต่คอยหาเหตุผลว่า “ทำไมๆๆๆ” งานการจะไม่ไปไหนครับ จะขี้สงสัย ต้องสงสัยมานานแล้ว ตอนนี้ เข้าสมรรภูมิแล้วจะมัวหันมาปรึกษาปัญหากัน จะพากันตายหมู่ครับ บางเหตุการณ์ บางสถานการณ์เกิดขึ้นกับเรา ไม่ใช่ให้เรามาหาเหตุผลกับมัน แต่มันเกิดขึ้นเพื่อให้เรา”ยอมรับ”มันเท่านั้น ยอมรับ แล้วลุยต่อครับ ไว้ว่าง ๆ ค่อยมานั่งตรองดูอีกทีว่า”ทำไม?” สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร…… ทหารแก่กล่าวไว้เช่นกัน

 

หลาย ๆท่านคงทราบกันโดยถ้วนทั่วแล้วว่าขณะนี้ ทีมงานผู้บริหารทั้งเก่าใหม่ ได้เสริมเข้ามาเติมเต็ม ในทุก ๆ ส่วนงานเรียบร้อยแล้ว ทั้งสนง.กรรมการผจก. และ ผจก.ทุกส่วนงาน ทุก ๆ ท่านก็จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานบริหารส่วนงานที่ตนเองรับผิดชอบ ในการกำหนดแนวทางการทำงาน พร้อมกำกับดูแลและติดตามการนำเอานโยบายต่างๆ ไปทำให้เป็นผลขึ้นมาจริง ๆ ขณะเดียวกัน เราก็มีโอกาสต้อนรับน้อง ๆ เด็กรุ่นใหม่ หลายๆ คน เข้ามาร่วมงานในส่วนงานต่าง ๆบางคนผมได้สัมผัสโดยการมีการติดตามงานกันบ้าง รู้สึกได้ถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ไฟแรงมาเลยครับ การผสมผสานพลังของคนรุ่นเก่า(ผมเลี่ยงคำว่า”แก่”)กับคนหนุ่มสาวที่ลงตัว จะได้พลังงานที่จะนำพาเราขับเคลื่อนไปได้ยาวนาน ถ้าคนมีไฟ ให้พยายามอยู่ใกล้คนมีไฟไว้ด้วยนะครับ อย่าไปใกล้คนถือขันน้ำ ไม่งั้นเราจะพ่นไฟ พวกก็จะเอาน้ำสาดเราอย่างเดียว โดนอย่างนี้ไม่นาน ไฟจะมอดหมด ภาษาปะกิตบอกว่า Wet Blanket Theory ทฤษฎีผ้าห่มเปียก ลองไปหาดูกันครับ ยกตัวอย่างคำพูดในทฤษฎีนี้ก็ได้แก่ “เรื่องที่คุณว่า ใคร ๆ เขาก็ทำกัน” “อย่าพยายามทำอะไรที่จะสร้างปัญหามากไปกว่านี้เลย” “ผมว่าคุณไม่มีทางทำมันได้หรอก” “เมริงว่างมากเหรอที่มานั่งคิดเรื่องแบบนี้” ฯลฯ หนุ่มสาวถ่านอัลคาไลน์พลังเต็มเปี่ยมเจอคำแบบนี้เข้าไปบ่อย ๆก็กลายเป็นถ่านไม้ฟืนเปียกน้ำไปได้ครับ จุดยังไงก็จุดไม่ติด…..​อยู่ให้ห่างผู้ที่แพร่พลังลบครับ มันช่วยได้เยอะ คนบางคนไม่เคยพูดให้กำลังใจหรือสนับสนุนคนอื่นเลย ไม่ใช่เขาเป็นคนใจร้ายใจหินอะไรนะครับ เขาแค่ไม่รู้ว่าพลังใจนั้นมันสำคัญมาก ๆ ในยามที่ใจมันท้อห่อเหี่ยวเหมือนท้องนาทุ่งกุลาเดือนเมษายนนั้น เมื่อได้รับกำลังใจหรือคำชมจากผู้อื่น ๆ มันเหมือนหยาดทิพย์ชโลมใจ เหมือนฝนแรกในเดือนหก ช่างมาจากฟากฟ้าสู่ชาวดิน ชื่นฉ่ำอุราและต่อชีวิตระทวยๆ ให้ได้ยืนหยัดสู้ต่อไปได้อีก… ลองหันหาคนข้างๆ ในการทำงาน และให้กำลังใจ สนับสนุนการทำงานของเขาดูบ้างสิครับ บรรยากาศการทำงานอาจจะเปลี่ยนไปในทางที่เรานึกไม่ถึงก็ได้นะครับ

 

สัปดาห์นี้ พาออกนอกเรื่องเข้าป่าเข้าดงไปซะไกล แต่ในที่สุดก็หาทางลงจนเจอครับ (นึกว่าจะลงไม่ได้ซะแล้ว)

 

ขอบคุณที่พวกเราทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเติบโต และความสำเร็จของงานที่เรากำลังทำอยู่นี้ร่วมกันครับ

 

บุญรักษา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s