Manager Talk 20150201

สวัสดีครับเพื่อน ๆพนักงาน  TAC ทุกท่าน

ผ่านไปอีก 1 เดือนแล้วหลังจากขึ้นปีใหม่  ปีหนึ่งมีสิบสองเดือน ตอนนี้เราผ่าน 1 เดือนเรียบร้อยแล้ว ช่างไวจริงๆ เวลาผ่านไปไวจนทำให้บางครั้งเราปล่อยให้หลายเรื่องผ่านชีวิตเราไปโดยไม่มีเวลาคิดตรองว่าสิ่งเหล่านั้นสอนอะไรเราบ้างเ ป็นเรื่องน่าเสียดาย เราน่าจะให้เวลากับมันมากกว่านี้ บางครั้งการมานั่งเสียดายกับสิ่งที่ไม่มีวันย้อนกลับมามันช่างเศร้านัก… เด็กหลายหลายคนหลังจากเรียนจบมาแล้วเข้าสู่ชีวิตการทำงานมั่นใจในตัวเองว่าความรู้ความสามารถที่มีนั้นสามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้ตลอดไป ปล่อยวางการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับข้อคิดเห็นต่างๆจากผู้อื่น ซึ่งการทำแบบนั้นเท่ากับเป็นการปิดกั้นโอกาสของตัวเอง หลังจากวันนั้นถ้าเขาได้มีโอกาสทำงานในสายงานนั้นมากขึ้น เค้าจะรู้สึกเสียดายในหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาเคยปฏิเสธ มีเรื่องที่เป็นประสบการณ์ตรงของตัวเอง ในอดีตที่ผ่านมา ตอนเริ่มงานได้ไม่เท่าไหร่ ในฐานะวิศกรงานก่อสร้างผมเองต้องถูกตามเเรื่องการทำรายงานเพื่อสรุปรายละเอียดของงานเสนอต่อผู้อื่น ทั้งเป็นผู้บังคับบัญชา ลูกค้า หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เมื่อครั้งนั้นผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นการบีบคั้นจิตใจของเราเองมาก เพราะเราไม่อยากที่จะรายงานสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่สำเร็จให้กับผู้อื่นเลย และนั่นก็นำไปสู่สิ่งอื่นต่อมา เช่นการบิดเบือนข้อมูล การสร้างเหตุผลต่างๆนานาเพื่อโน้มน้าวให้ผู้อ่านเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ผมทำอย่างนี้ช่วงเวลาหนึ่งและมันก็ผ่านไปทุกครั้ง และในที่สุดมันก็มาถึงวันที่ผมไม่สามารถหาเหตุผลอะไรมาบอกได้อีก ด้วยเพราะมันเป็นทางตันแล้ว งานก็ไม่เสร็จ เหตุผลก็หมดแล้ว เมื่อวันนั้นมาถึงผมแค่รู้สึกว่าผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย ผมไม่มีการเรียนรู้ใดใดในการทำรายงานแบบนั้น รู้แต่เพียงให้มันผ่านไป และนั่นอาจจะทำความเสียหายให้กับผู้เกี่ยวข้องอีกมากมายที่ผมมองไม่เห็น

เมื่ออายุมากขึ้น เรามองย้อนกลับไป ผมเสียดายเวลาในช่วงนั้น นั่นเพราะผมรู้สึกว่าชีวิตในช่วงนั้นผมไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยผมได้แต่เรียนรู้การแก้ตัวไปวันวัน ไม่ได้วิธีการทำอะไรให้ดีขึ้น พอทำงานมากขึ้น เมื่อพอจะเรียนรู้ได้บ้างว่าอะไรควรอะไรไม่ควรผมเริ่มทำรายงานขึ้นใหม่ และเริ่มบันทึกสิ่งที่ตัวเองทำเพื่อรายงานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานที่เรากำลังทำอยู่ รายงานนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แค่สรุปมาวันนี้เราได้ทำอะไรไป ด้วยปริมาณเท่าไหร่ และพรุ่งนี้ จะทำอะไร (หลายคนคงพอมองเห็นฟอร์มนี้ลอยมาเลย เพราะมันเป็นเบสิคของรายงาน) แต่ที่ต่างกันครั้งนี้ คือ เมื่อเรารายงาน”ข้อเท็จจริง” รายงานนั้นถูกให้ความสนใจ และ ให้ข้อเสนอแนะกลับมา หลายอย่าง เช่น “แล้วที่รายงานมานั่นน่ะ มันอยู่ในแผนงานไหม วันนี้ จริง ๆคุณต้องวางแผนทำอะไร เช่น งานวันนี้คุณไปขุดดิน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วคุณควรไปทาสี” เราก็กลับมาได้คิดว่า “แผนงาน” คือ อะไร ? เราต้องทำอะไรก่อนหลัง วันนี้ เราควรทำอะไร และ วันต่อไป เราควรทำอะไร ผมเคยทำรายงานความคืบหน้าของงานให้ลูกค้าเกาหลีรายหนึ่ง เขาเรียกเราไปพบ และ ต่อว่าเสียหน้าชา ว่า “คุณมีเจตนาจะโกงเราใช่ไหม กะไอ้แค่เรื่องง่ายๆ ในการตรวจสอบแบบนี้ ทำไมคุณทำไม่ได้” ผมนั้นรู้สึกอับอายอย่างแรงตอนนั้น เกือบจะถอดใจ หลังจากเขาตำหนิเรา เขาก็สอนให้เราทำ สอนว่าต้องทำอย่างไร ให้เราเช็คอะไร กับอะไรก่อนหลัง นั่นนับเป็นบทเรียนที่มีค่ามาก ทำให้เรามีมานะพยายาม นอกจากนั้น หัวหน้างานของเรา ซึ่งต้องเป็นผู้ที่รีวิวรายงานก่อนนั้น ก็มักจะมีข้อเสนอแนะ ข้อคิด และ จุดท้วงติง ต่างๆ ให้เราต้องนำไปประเมิน ติดตาม และ แก้ไขต่างๆ นั่นก็เป็นครูอีกอย่างที่ดี คนที่มีประสบการณ์มากกว่าเรานั้น ยามเมื่อเขามองอะไร เขามองทะลุปรุโปร่งกว่าเราทั้งนั้น การที่เขาให้โอกาสเรา เสนอแนะอะไรต่าง ๆให้นั้น นับเป็นการเรียนรู้ที่ไม่ควรพลาดครับ

ด้วยสายงานหลักภายหลังของผมนั้น ต้องทำหน้าที่รายงานความคืบหน้าของโครงการ และ แผนงานอยู่เป็นหลัก ผมได้นำเอาสิ่งที่เรียนรู้มาตั้งกะเริ่มทำงานมาต่อยอด การติดตามงาน การรายงานความก้าวหน้า อะไรควรรายงานแบบไหน อะไรหนักให้เป็นเบา อะไรเบาเขย่าให้หนัก อะไรควรกึ่งยิงกึ่งผ่าน อะไรโหนลูกค้าได้ หรือ ขอเงิน ของานเพิ่ม ฯลฯ ทั้งหมดทั้งปวงนั้นล้วนมาจากบทเรียนที่เราได้มาจากการเริ่มรายงานการทำงานของเราทั้งนั้น แม้กระทั่ง ถ้าเราได้เข้าใจว่า การรายงานของเราไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทราบ เช่นฝั่งลูกค้าเอง เขาก็มีหัวหน้างานที่จะต้องรายงาน การที่เราทำเฉยเสีย ไม่สนใจที่จะตอบสนองใด ๆ นั่นก็เท่ากับเราได้ประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเขา เพราะปล่อยให้เขาต้องโดนเจ้านายเขาซัดอยู่คนเดียว การออกตัวให้ การอลุ้มอะล่วยกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีทางออก และ การแก้ปัญหาร่วมกัน จะทำให้บรรยากาศการทำงานโดยรวมดีขึ้น รวมถึงหัวหน้างานฝั่งเราด้วย ในฐานะที่เขาต้องดูแลติดตามงานให้ลูกค้า การปล่อยให้ลูกพี่วังเวง ลูกค้าโทรมาหาก็บ่รู้เรื่อง นั่นก็แสดงให้เห็นการขาดวุฒิภาวะอย่างแรง ถ้าเราไม่ไว้หน้าลูกพี่เราเช่นนี้แล้ว ก็อย่าหวังว่าลูกพี่จะไว้หน้าเราเช่นกัน อะไร ๆ ที่มันควรจะดี มันก็ยากขึ้นทั้งนั้น …

สำหรับ ผู้ที่ทำใจยากที่จะรายงานสิ่งที่ผิดปรกติ ผมมีข้อแนะนำ (จริงอยู่เจ้านายทั่วไปมักชอบฟังข้อความเสนาะหู ฟังง่าย เคลิ้มง่าย แต่อะไร ๆ ที่มันหวานเกินนั้น มันมีโทษทั้งนั้น) โดยทั่วไปเมื่อเราเจอปัญหา หรือ อุปสรรคใด  ๆก็ตาม มีทางเลือกอยู่สองทาง คือ ชนกะมัน มองปัญหาให้ทะลุ และ หาทางแก้ไขมัน มองจากตนเองเป็นหลัก หรือ สอง มองหาเหตุผลอื่นมากลบ เพื่อ ที่จะได้โทษไปที่เรื่องนั้นแทน สิ่งที่ผมจะแนะนำก็คือ ขอให้คุณเลือกเป็นคนชนิดแรกให้ได้ก่อน มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ที่ไม่เบี่ยงเบนปัญหา ลุยเข้าไปกะมัน ให้มันรู้ไป อย่ามองหาทางเบี่ยงเบนประเด็นไปทางอื่น ยกตัวอย่าง เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นคนอ้วน เราควรจะ หนึ่ง ปรับนิสัยการกิน ออกกำลังกาย หรือ สอง ประกาศห้ามเพื่อนมาชวนไปกินไ(มองว่าเพื่อนเป็นปัญหา) ต่อว่าคนที่บ้านว่าทำไมทำอาหารที่ทำให้ชั้นอ้วนล่ะ ฯลฯ พอจะเห็นภาพไหมครับ ว่าโดยทั่วไปคนเราจะเป็นประมาณทางที่สองกันทั้งนั้น แต่เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนกลุ่มใหญ่ครับ เราเลือกได้ ที่จะเป็นผู้เข้าชนปัญหา และ แก้ไขมัน เมื่อเราเลือกทางนั้นแล้ว กลยุทธ วิธี และ ความคิดต่าง ๆ มันก็จะมุ่งไปทางนั้น ว่าเราต้องทำอย่างไร ขณะเดียวกัน ผู้เลือกวิธีที่สอง วิธี การคิด และ การลงมือของเขาจะไม่ได้เฉียดหรือ ใกล้เคียง กับสภาพปัญหาปัจจุบันเลย ลงมือลงกายไปมากมาย เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่เฉียดปัญหาก็ยังทำ ทำเพราะ พยายามคิดเองว่า นั่นแหละคือปัญหา (เลี่ยงมาจากปัญหาจริง ๆ ) ยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น ถ้าปัญหาคือ คนทำงานไม่ได้คุณภาพ เราควรจะมองไปที่อะไรเป็นสาเหตุ แล้วแก้มัน แต่ถ้ามองแบบเลี่ยง ๆปัญหา เราอาจจะบอกว่า ก็ค่าแรงน้อย ไม่มีโอที ฯลฯ (มันเกี่ยวกันไหมนั่น ??) แล้วจะมาหวังอะไรกับคุณภาพ….. โน่น ไปโน่นเลย นี่ผมสมมตินะ ให้สุดโต่งไปเลย ขอให้ลองอุปมาดูว่าวิธีการที่เรารายงาน หรือ มองปัญหานั้นเป็นแบบไหน หัวหน้างานบางคนเคยเป็นคนแสนเก่ง พอมาเจอข้อมูลที่บิดเบือนแบบนี้ บางทีแก้ปัญหาไปคนละโลกเลยก็มีนะครับ อย่างนี้เรียกว่า บริวารเป็นพิษ … ผู้นำที่ดีล้วนต้องเลือกใช้คน ดูคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น ….หากหลับหูหลับตาไม่ดูทีมงาน ผู้นำก็มักถึงกาลเอวังด้วยบริวารนั้นแลครับ

ข่าวรอบโลกวันนี้ ได้ยินข่าวการชะลอโครงการใหญ่ ๆ หลายโครงการในธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานฟอสซิล หรือ น้ำมัน เริ่มจากโครงการขุดเจาะ หลุมใหม่ ๆ ก็ชะลอ หรือ ไม่ก็หยุดไปเสียดื้อ ๆ มีข่าวว่าบ.ชลัมเบอเจอร์ ปลดพนักงานปฏิบัติการสามพันคนทั่วโลก และยังจะตามมาด้วยบริษัทน้ำมันบิ๊กเบิ้มอีกหลายแห่ง นั่นเพราะ การลงทุนที่ไม่คุ้มครับ หากเดิมผลตอบแทนดี และ คืนทุนเร็ว นักลงทุนก็พร้อมจะเอาเงินมาลงทำ ตอนนี้ ถ้าทำงาน ใช้เงินเลงทุนท่าเดิม ผลผลิตที่ได้ ขายได้ราคาต่ำลงครึ่งหนึ่ง กำไรอาจจะมองแทบมาเห็น ไหนจะต้องมองเรื่องการคืนทุนอีก ถ้าอะไร ๆ มันไม่แน่นอน เงินก็มักไม่ถูกออกมาหรอกครับ มันจะถูกเก็บนิ่งไว้อย่างนั้น ก็หวังว่ามันจะมีทางออกสำหรับเรื่องนี้ ก่อนที่มันจะลามมาถึงประเทศสยามของเรา และถึงตัวเราในที่สุด… ภายในประเทศ กลางปีนี้ SAMSUNG & LG ย้ายฮับการผลิตทีวีจากประเทศไทย ไปเวียตนามแน่นอนแล้วครับ อาจจะไม่มีผลกับราคาทีวี แต่จะมีคนในไลน์การผลิตทั้งทีวี และ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องอีกหลายรายการ “อาจ” จะว่างงานโดยไม่คาดฝัน ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรานั้น ชีวิตเราก็อาจจะมีอะไรไม่คาดฝันตามมาเช่นกัน เรื่องแบบนี้ กระทบกันเป็นลูกโซ่นะครับ ดูข่าวดูคลิปปัจจุบัน อาชญากรรมมีให้เห็นตลอด ลักวิ่งชิงปล้น ทำกันง่าย ๆมากขึ้น อยากได้ก็ฉก ก็ชิงเอาเลย มีการจับผู้กระทำผิด อายุไม่มากเลย ไม่เกินยี่สิบก็มี บางคดี จับได้เป็นแก็งค์ มากมาย ฯลฯ เรื่องแบบนี้ ไม่ไกลตัวเราเลย แรงงานที่หายไป ทั้งจากการที่ไม่เข้ามาในระบบ หรือ ระบบไม่ต้อนรับก็ตาม ไปเกิดเป็นช่องว่างแบบนั้นขึ้น เป็นเรื่องน่าห่วงนะครับ ก็ได้แต่หวังว่า บริษัทของเราจะผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้ด้วยดีครับ เราเองเป็นสมาชิกในบ้านหลังนี้ ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกัน เราเปิดร้านเหลาเป็ดปักกิ่ง คนมาแวะกินก็จะเป็นกลุ่มอาเฮีย อาแปะ กระเป๋าหนักที่พร้อมจะมาลิ้มรสชาตและการให้บริการชั้นเลิศของเหลาเรา แต่หากเรามองแค่เปิดร้านชายสี่หมี่เกี๊ยว คนจะเข้ามากินก็คงเป็นประมาณคนธรรมดาสามัญแบบเรา ๆ มอเตอร์ไซค์วิน ฯลฯ เช่นกัน ผมสรุปรวมหมายถึง ถ้าเรามองเป้าหมายใหญ่ ทำงานคุณภาพ เราจะได้ลูกค้าตามที่เรามุ่งหมายเข้ามา แต่ถ้าเป้าหมายสูง การดำเนินการแย่ อย่างนั้นเราก็คงได้แค่ร้านแผงลอยล่ะครับ

 

ขอบคุณที่พวกเราทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเติบโต และความสำเร็จของงานที่เรากำลังทำอยู่นี้ร่วมกันครับ

 

บุญรักษา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s