Manager Talk 20141026

สวัสดีครับเพื่อน ๆพนักงาน  TAC ทุกท่าน

พบกันอีกครั้งกับ Manager Talk สไตล์บ้าน ๆ ของเรา สัปดาห์ที่ผ่านมามีสิ่งใหม่ ๆ หลายอย่างครับทั้งทางโครงการ และ ทางช็อปรวมทั้งมีพนักงานใหม่หลายท่านเข้ามาสู่รั้วของ TAC ด้วย ที่ผ่านมา ทั้งที่นี่และที่อื่น ๆ ที่ผมเคยทำงาน ทุกครั้งที่เห็นพนักงานใหม่ ๆ เข้ามาร่วมงานนั้น หากมีโอกาสได้พูดคุยด้วย ผมจะบอกน้อง ๆ เหล่านั้นไว้เสมอว่า ให้จำความรู้สึกวันที่มีคนโทรไปตามมาเริ่มงาน ความรู้สึกวันที่เริ่มงานวันแรก การรู้จักเพื่อนร่วมงานวันแรก แบบใส ๆ เลย ไม่รู้ใครเป็นใคร ไม่รู้ใครต้องไหว้ใคร แต่เราก็ไหว้ทักทายอ่อนน้อมและฝากเนื้อฝากตัวทุกคนไปหมด ความรู้สึกแบบนั้นมันมีพลังครับ มันเป็นกำลังใจ มันเป็นแรงขับดันให้เราพร้อมจะทำงาน พร้อมจะเรียนรู้ และ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ร่วมไปกับสถานที่ทำงานนั้น (วันหนึ่งเมื่อท้อ ให้ rewind ความรู้สึกนั้นกลับมาลองนึกดูครับ)

แปลกไหมครับ เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ (แล้วแต่ภูมิต้านทานของแต่ละคน) หลายๆคนมักมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย โดยมากมักค่อนไปทางไม่ค่อยจะพอใจกับสิ่งที่เป็น สิ่งที่อยู่ และ สิ่งที่คือ หลายอย่างที่เราเคยเห็นว่าดีเหลือเกิน วันหนึ่งกลับรู้สึกมันน่าเบื่อ มันไม่น่าพอใจ อยากได้สิ่งใหม่ ๆ อยากได้อะไร ๆ ที่เปลี่ยนจากที่เป็น ฯลฯ ลองคิดดูสิครับ เราเป็นแบบนั้นหรือเปล่า เราเป็นบ่อยแค่ไหน และ มันเป็นเพราะอะไร ??? ความรู้สึกของเรานั้น ตอบสนองกับสิ่งที่เรา “พอใจ” และ “ถูกใจ” โดยที่สิ่งเร้าที่เข้ามากระทบใจเรานั้น มันก็มีทั้งด้านบวก และ ด้านลบ ใครๆ ก็ชอบสิ่งที่เป็นบวกทั้งนั้น ทุกคนแหละครับ แต่หากว่า สิ่งนั้น ไม่เป็นที่ “ถูกใจ” เรา เรามักจะไม่สนองมันอย่างเต็มที่ ผมยกตัวอย่าง หากที่ทำงานบอกว่าจะมีการไปเที่ยวกันทั้งคณะ แว่บแรกที่ได้ยิน ทุกคนจะดีใจ หนึ่งไม่ต้องทำงาน สองได้เที่ยว สาม สี่ ห้า เยอะแยะ… แต่หากหลังจากนั้นมีข้อมูลตามมาอีกว่า จะไปทะเลที่นั่นโน่นนี่ และไปวันอาทิตย์ เช้าไปเย็นกลับ คราวนี้ ไอ้อารมณ์ดีใจนั่นก็ยังอยู่ แต่คนจะแบ่งเป็นสองสามกลุ่มล่ะ พอใจ ไม่พอใจ และ เฉย ๆ พวกพอใจ ก็จะพร้อมเดินทาง วางแผนการกิน เตรียมเสื้อผ้า ฯลฯ นับวันรอจะไปเที่ยว พวกเฉย ๆ พวกนี้ ก็กระตุ้นได้ครับ จากไม่มีสิ่งล่อตาล่อใจ หากปรุงแต่งอีกนิด พวกนี้ก็จะกลายเป็นพวกพอใจ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเพื่อนที่จะไปด้วย หรือ กิจกรรมที่จะมีที่นั่น ฯลฯ กลุ่มท้ายสุด พวกไม่พอใจ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามอันนี้ยากจะเดา ทั้งไม่อยากไปทะเล อยากไปภูเขา ไม่อยากไปวันอาทิตย์ ฯลฯ  เอาเป็นว่า คนกลุ่มนี้จะไม่มีความสุขเลย ไม่ว่าจะไปด้วย หรือ ไม่ไปกับคณะ ไปก็ไม่สนุก เพราะขัดใจไปหมด ไม่ไปก็นั่งบ่นนั่นด่าสิ่งที่ตัวเองไม่พอใจอยู่นั่นแหละ

ผมลากมาซะยาว เพื่อที่จะถามกับทุกคนว่า ไอ้ความพอใจ หรือ ไม่พอใจนั้น มันล้วนเกิดจากตัวเราเองครับ ใจของเรา ทัศนคติของเรา เปิดรับเรื่องต่างๆ อย่างไร ใจล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับอย่างอื่นเลย ถ้าเราทำใจให้รับกับเรื่องต่าง ๆ แบบที่มันเป็น เราก็จะพอใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับกันก็ตรงกันข้าม ผู้ที่รับภาวะขุ่นมัวนั้นก็ตัวเราล้วน ๆ เช่นกัน บางคนโกรธเกลียดคนอื่นเป็นวรรคเป็นเวร คนคนนั้นเขาไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย เขาก็อยู่ของเขาสบายไป เราเองกลับมานั่งกลุ้มใจเอง เขาบอกว่า ทัศนคติก็เหมือนการใส่แว่นตาสี อยากเห็นโลกเป็นสีชมพูก็เอาแว่นสีชมพูมาใส่ อยากเห็นโลกสีฟ้า ก็เอาแว่นสีฟ้ามาใส่ สมองเราก็จะรับรู้ได้ตามการมองเห็นผ่านแว่นอันนั้น ใครที่มีแต่แว่นขุ่นมัว (ทัศนคติมัว ๆ ) ก็จะเห็นเรื่องราวบิดเบี้ยวนำไปสู่การคิดเหมามโนเอาเองว่ามันแย่มันเลวร้าย มันไม่มีทางออก ฯลฯ แล้วใครครับที่กลุ้มใจ ตัวเองทั้งนั้น ผมไม่ได้หมายความว่าการมีทัศนคติบวกนั้นจะนำพาผ่านปัญหาอุปสรรคไปได้เองโดยที่งอมืองอเท้านะครับ ทัศนคติที่ดีนั้นมักนำพาไปสู่ความคิดและการกระทำที่ดีทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งเมื่อสิ่งดี ๆ ประดังกันเกิดซะแล้ว อะไรๆ มันจะไปต้านได้ล่ะครับ ไม่ว่าปัญหาหนักขนาดไหนก็ตาม ไม่งั้นเผ่าพันธุ์ลิงอย่างเราไม่อยู่มาเป็นหมื่นปีหรอกครับ “ผู้ชนะเห็นโอกาสในทุกปัญหา ส่วนคนขี้แพ้มองเห็นแต่ปัญหาในทุกโอกาส”ครับ

สัปดาห์ที่ผ่านมาในโรงอาหารของโรงงานเรา แม่ค้าหลายเจ้าเข้ามาเริ่มขายของ วันแรกหน้าตายังเป็นกังวลนิด ๆ กับการคาดเดาไม่ถูกว่าจะขายได้มากน้อยแค่ไหน ของจะเหลือ หรือ ทิ้งเท่าไหร่ วันถัด ๆ มา ค่อยเห็นรอยยิ้มของแม่ค้าขึ้นมาบ้าง เท่าที่ได้ถามดูก็ได้ความว่า พนักงานเริ่มมาลองชิม ซื้อไป และ จะลดการนำอาหารมาจากบ้าน มาซื้อกินซึ่งจะสะดวกกว่า รวมทั้งเวลาเลิกงานเย็นซึ่งเดิมจะต้องตุนไว้ตั้งกะเที่ยง(เสี่ยงบูด) ก็จะสามารถเดินมาซื้อของสด ๆ ใหม่ ๆ กินได้ที่โรงอาหารเช่นกัน นั่นเป็นเรื่องของอุปสงค์อุปทานในการที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะกำหนดกันเองต่อไป แต่ที่ผมเห็นอีกเรื่องคือ ความร่วมมือร่วมใจของแม่ค้า ที่จะเก็บทำความสะอาดพื้นที่ของตน และ ของส่วนกลาง ทั้งการเก็บจาน เช็ดโต๊ะ และบางคนก็เอาไม้กวาดมากวาดพื้นเพื่อเก็บผงและเศษอาหารที่หล่นบนพื้นไปเป็นระยะ ๆ ผมถามคนกวาดพื้นนั่นว่า ร้านไหนเนี่ย? แกตอบว่า ทุกคนช่วยกันจ้า คุยกัน และร่วมกันทำสิ่งนี้ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นหน้าร้านตัวเอง ทำทั่วไปหมด เพราะ”ลูกค้า”ที่เข้ามานั่งนั้น ไม่ได้สนใจว่าต้องซื้อกินหน้าร้านใครร้านมัน นั่งได้ทั่วหมด ความสะอาด เป็นระเบียบ ส่งผลต่อความพอใจของลูกค้า และ ทางอ้อมที่มีผลต่อแม่ค้าคือ ถ้าไม่ดูแลให้สถานที่ที่พวกเขาใช้ทำมาหากินให้เรียบร้อยน่ากินน่าอยู่ ไม่นานขยะท่วม สกปรก ลูกค้าก็ไม่มา ออกไปกินหน้าโรงงาน หรือ ห่อมากินเหมือนเดิม นั่นก็คือ การเผาบ้านตัวเองนั่นเอง ถึงเวลานั้นจะมานั่งด่ากันว่าเพราะร้านนั้น ร้านนี้ ที่ทำสกปรกก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเน่าไปด้วยกันทั้งหมด ต้องไปหาที่ใหม่ขายเอาตามมีตามเกิดต่อไป ไม่ใช่ที่นี่

ที่เล่าอุปมานั้น ก็เหมือนงานของเราทุกคนนี่แหละครับ ถ้าเรารักงานที่เราทำ เราก็อยากจะทำมันให้ดีสุด ๆเพื่อลูกค้า ลูกค้าที่ว่านี่ ไม่ใช่เกาหลี ญีปุ่น ฝรั่งมันแกวที่ไหนเลยครับ ลูกค้าคือคนที่รับบริการจากเรา ถ้าเราคีย์ข้อมูล ลูกค้าเราก็คือ คนที่เอาข้อมูลไปใช้ ถ้าเราเป็นช่างไฟ ลูกค้าเราก็คือคนที่เราซ่อมไฟ และ ลากสายต่อเครื่องมือให้ เป็นต้น เมื่อเรารักงานที่เราทำ เราก็ต้องรักที่ ๆมีงานนั้นให้เราทำเช่นกัน ไม่งั้นจะไปทำที่ไหนได้อ่ะ หลายคนอาจจะตอบว่า มีที่ให้ทำตั้งเยอะแยะ ถ้าตอบแบบนั้น ขอให้ย้อนไปดูย่อหน้าที่สามครับ เพราะเมื่อเราไม่รักที่ที่มีงานให้เราทำซะแล้ว ไม่ว่าจะมีอะไร ๆ ดี ๆ อย่างไร ความ”พอใจ” ก็ไม่เกิดครับ ลองเปลี่ยนความคิดตัวเองดูให้ได้ก่อนครับ ผมสนับสนุนคนที่รักความก้าวหน้าเสมอครับ ทั้งความทะเยอทะยาน และ มุมานะ ที่จะนำพาตัวเองไปข้างหน้า การที่เราจะพาตัวเราไปข้างหน้าได้นั้น จงสร้างมูลค่าสำหรับตัวเองให้ได้ครับ ศึกษางาน ลงมือทำ และ มุ่งพัฒนางานที่ตัวเองทำให้สำเร็จ เรียนรู้จากการกระทำนั้น ๆ ซ้ำ  ๆบ่อยๆ ไม่นาน ทักษะมันจะเกิดและมูลค่าในตัวเราจะมากขึ้น พร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตการทำงาน ทั้งที่นี่หรือที่ใหม่ครับ เห็นคนก้าวหน้าแบบแน่น ๆแบบนี้มาหลายคนแล้วครับ กลับกัน เห็นเด็กหลายคนสร้างมูลค่าให้ตัวเองด้วย Resume แล้วเศร้าใจครับสะสมไมล์เหมือนแสตมป์เซเว่นว่าทำที่ไหนมาบ้าง แต่ไม่ได้อะไรติดตัวออกมาเลย ได้แต่ข้อเสียของที่นั่นออกมา ระบบไม่ดี คนไม่ฉลาด เส้นสาย ฯลฯ สารพัดจะเอามาอ้างกับตัวเองว่าตัวเองโอเค อย่างอื่นไม่โอเค  ไม่นานหรอกครับมูลค่าที่แท้จริงของตนเองก็จะแสดงออกมา นอกจากนั้นพวกสร้างมูลค่าให้ตัวเองสูง(ขึ้น)ด้วยการกดที่ที่ตนเองอยู่ให้ลง(ต่ำ) นั่นยิ่งอนาถครับ ยังกะฯออกญาฯจักรี สมัยอยุธยาที่ถูกพม่าบั่นคอทิ้งน่ะครับ การที่เราจะสูงขึ้น ให้สูงด้วยตัวเองครับ อย่าเหยียบคนอื่นขึ้นไป หรือ กดเขาลงมาแล้วมโนเอาว่าเราสูงกว่า ไม่งามครับ

เรื่องทั่วๆไป ข่าวสัปดาห์นี้ เห็นปีหน้าโรงงานสิ่งทอสามสิบ ถึงห้าสิบแห่ง ย้ายฐานการผลิตไปเพื่อนบ้านครับ เยอะมากครับ คนที่ป็นเจ้าของก็คนไทยนี่แหละ ย้ายไปตั้งโรงงานที่อื่น ไม่ใช่เพราะค่าแรงอย่างเดียวนะครับที่ถูกกว่า ผลประโยชน์ทางภาษีที่ทำให้เขาส่งสินค้าไปยุโรปไม่ต้องเสียภาษี ทำให้เขาต้องไป เพราะเมืองเราไม่มีสิทธินั้น แล้วใครเดือดร้อนล่ะครับ ฉันทนาหลายหมื่นแน่ ๆ ที่ต้องว่างงาน ถ้าเขาเหล่านั้นเป็นญาติโยมเรา เราก็จะต้องเดือดร้อนด้วยเช่นกัน ปลายปี AEC เปิด ห้าอาชีพเสรีที่ข้ามทำงานกันได้หมด ไม่จำกัด เวลาคนพูดแบบนี้ฟังดูเหมือนดีนะครับ แต่ถามว่าเราพร้อมไหมที่จะไปแข่งกับเขาที่ตปท.เอาแค่ให้ออกจากสนามบินได้ก่อนเถอะจะมีกี่คน??  ที่พูดงี้ไม่ได้ดูถูกคนนะครับ หลายคนบอกว่า ที่นี่เมืองไทย ต้องพูดไทยสิ ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ ก็ไม่เป็นไรครับ เรารอรับคนเขาเข้ามาแย่งงานเราอย่างเดียวก็แล้วกัน เด๋วนี้คนฟิลิปปินส์เข้ามาเป็นวิศวกร เป็นอินสเปคเตอร์ ตั้งหลายแห่งแล้วครับ ขนาดยังมีเรื่องภาษีที่ต้องจ่ายนะ ถ้าไม่มีเลยนี่ ผมว่า บาน…… แล้วเราล่ะ ??? คิดอย่างนี้แล้ว รีบพัฒนาตัวเองครับ ไม่ต้องทำเพื่อชาติ ไม่ต้องทำเพื่อบริษัท ทำเพื่อตัวเองครับ……

ข้อคิดสุดท้าย นกตัวน้อย ๆ ที่มันกล้าบินลงเกาะกิ่งไม้ใด ๆ นั้น ไม่ใช่เพราะมันเชื่อมั่นในความแข็งแรงของกิ่งไม้นั้น แต่มันเชื่อมั่นในกำลังของปีกตัวเองต่างหาก ไม่ว่ากิ่งไม้จะเป็นอย่างไร มันก็จะสามารถพาตัวเองบินออกมาจากที่นั่นได้…. เพราะตัวมันเองครับ

 

ขอบคุณที่พวกเราทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเติบโต และความสำเร็จของงานที่เรากำลังทำอยู่นี้ร่วมกันครับ

 

บุญรักษา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s