ข้อคิดขององค์กรกับคน คนกับองค์กร

Douglas Mcgregor : คนคือองค์กร องค์กรต้องรู้จักคน(แรงบันดาลใจจากวารสารสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ)

ทฤษฏี X และ Y คงจะเคยได้ยินกัน แบ่งความเชื่อของคนเป็นสองขั้ว คือ หนึ่งเชื่อว่าคนทุกคนขยัน และ อยากทำงาน ขณะที่อีกฝั่งเห็นว่า คนทุกคนไม่อยากทำงาน นอกจากว่าจะมีสิ่งเร้าหรือการกระตุ้นที่เหมาะสม

เรื่องนี้ศึกากันมานานแล้ว และมีทฤษฎีใหม่ ๆ เกิดขี้นตามมาแตกหน่อมาจากจุดตั้งต้นนี้

แนวโน้มการพัฒนา “บุคคลากร” มีมากมายในขณะนี้ ทั้งการสร้าง การเสริม และ การทำให้ยั่งยืน

การทำงานแบบ “เขาบอกว่า” กำลังจะล้าสมัย

การทำงานแบบ “เคยทำแบบนี้” ก็น่าจะล้าสมัยเช่นกัน

ผู้คนฝั่งยุโรป หรือ พวกที่มีเผ่าพันธุ์จากยุโรปถูกสร้างและปลูกฝังให้มีความเป็นปัจเจกนิยมสูง มองที่ตัวเองเป็นหลัก ทำอะไรเอง ดูแลตัวเอง มีวินัย ไม่ค่อยจะใช้พฤติกรรมกลุ่มในการทำอะไร (ขนาดประท้วง ยังนั่งกันตัวใครตัวมัน นั่งนิ่ง ๆ )

ฝั่งทางเอเชีย มีพฤติกรรมและแบบแผนคนละอย่าง มีพฤติกรรมกลุ่มที่แข็งแรงกว่า มีการรวมตัว หรือ ชี้นำด้วยผลของกลุ่มนั้น ๆ ไม่กล้าแสดงความเป็นปัจเจก (แหกกลุ่ม)มากนัก เชื่อมั่นและยึดระบบสูงต่ำ ชนชั้น และ อาวุโส มากกว่า

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ สังคม และ การใช้ชีวิตย้อนหลังไปเป็นพันเป็นหมื่นปี การใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ฝั่งเมืองหนาวจะมารวมตัวช่วยเหลือกันเกี่ยวข้าวกลางหิมะนั้นไม่มีทาง ต่างคนต่างอยู่(ในที่พักอันอบอุ่น)  การดูแลตัวเองเป็นเรื่องจำเป็น ขณะที่สังคมเอเชีย การทำเกษตรต้องใช้การร่วมมือร่วมใจกัน เอ็งช่วยข้า ข้าช่วยเอ็ง การรวมตัวในสังคมค่อย ๆสร้างรูปแบบขึ้นมา คนเราขาดจากกลุ่มไม่ได้ แม้แต่กลุ่มแสดงอาการรังเกียจเราอาจจะต้องรีบทำตามพฤติกรรมกลุ่ม

ทั้งหมดเพื่อบอกว่า บางทีการจะมองทุกอย่างว่าเลิศเลอเพอร์เฟคนั้น มันต้องมีที่มาที่ไป บางอย่างของคนอื่น เราก็เอามาทั้งหมดไม่ได้ บางอย่างของเรา เขาก็ไม่มีทางเข้าใจ เราเองดูแลตัวเองและพัฒนาตัวเองได้ นอกจากนั้นเมื่อจะต้องไปทำงานให้ใคร (แลกเงินตอบแทน) เราก็ต้องการที่จะให้องค์กรตอบแทนเราด้วยการสร้าง เสริม ทำให้เราพัฒนาขึ้นเช่นกัน

อย่าเป็นฝ่ายถูกเลือก เรา”เลือก”เองได้….ขอให้โชคดี

Douglas Mcgregor : คนคือองค์กร องค์กรต้องรู้จักคน

นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ / chanwitaya@hotmail.com

“ข้าพเจ้าถูกโน้มน้าวให้เชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า บางทีความแตกต่างกันที่มากที่สุดระหว่างความเป็นจริง และความนึกคิดทางการจัดการ คือ การประเมินค่าศักยภาพของมนุษย์ต่ำเกินไปที่จะอุทิศประโยชน์ให้แก่ประสิทธิผล ขององค์กร ซึ่งได้แก่ ศักยภาพในการเพิ่มความพยายาม การใช้ความสามารถ การคิดวิธีการแก้ไขปัญหา การยอมรับ ภาระรับผิดชอบ การเป็นผู้นำ การพัฒนาความรู้ความชำนาญ และการตัดสินใจเรื่องราว”
“ข้าพเจ้ามีความเชื่ออย่างมั่นคงว่า ความสามารถในการรับรู้ตัวเองซึ่งเห็นได้ชัดในเด็กเล็กๆ นั้น ยังคงมีอยู่ ในผู้ใหญ่ ข้าพเจ้าเห็นศักยภาพที่แท้จริงในการเชื่อมความสัมพันธ์การรับรู้ตัวเองของคน ทำงานกับเป้าหมายขององค์กร การวางแผนกลยุทธ์ซึ่งนำคุณลักษณะการรับรู้ตัวเองของมนุษย์เข้ามาพิจารณาด้วย สามารถนำองค์กรไปสู่ผลประกอบการที่ดีขึ้น”
—– Douglas Mcgregor —–

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน พบกันเช่นเคย ได้อ่านสองประโยคข้างบนแล้วมีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ เห็นด้วยหรือขัดแย้งครับ คนที่พูดทั้งสองประโยคนี้มีนามว่า Douglas Mcgregor กูรูผู้ยิ่งใหญ่ในเรื่องการบริหารจัดการองค์กร ฉบับที่แล้วผมพาไปรู้จักกับ Maslow กูรูท่านแรกไปแล้ว คราวนี้มารู้จักวิธีคิดในเรื่องการบริหารคน บริหารองค์กรของ Douglas Mcgregor เจ้าของทฤษฎี x ทฤษฎี y กันครับ รู้จักคนหนึ่งแต่ไม่รู้จักอีกคนเหมือนเรียนไม่จบครับ เพราะทั้งสองกูรูนี้เกิดมาเพื่อเสริมกันและกัน ใช้คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาองค์กรทั้งคู่ มองคนเป็นเรื่องใหญ่ เชื่อเรื่องคน ศรัทธาคนมากกว่าระบบใดๆ ทั้งสิ้น ชักชวนคนทั้งโลกให้หันมามองคนในองค์กรมากกว่าใช้ระบบงานครอบคนในองค์กร ทุกวันนี้ถ้าเรื่องคนในองค์กรต้องใช้ความรู้จากทั้งสองท่านนี่แหล่ะครับเป็น แนวคิดบริหารคน บริหารองค์กร แต่จะให้ดีต้องใช้ทั้งคู่ครับ แล้วจะเข้าใจคนเข้าใจโลกมากขึ้นอีกเยอะเลย เรื่องคนแม้เข้าใจยากแต่ไม่เข้าใจคนจะบริหารคนได้หรือครับ
ในอดีตสองกูรูผู้ยิ่งใหญ่เคยนั่งอภิปรายถกเถียงกันจนกลายเป็นคำถามสำคัญที่ ต้องใช้ในการบริหารองค์กร ทุกวันนี้ก็ยังทันสมัยสามารถนำไปปรับใช้บริหารองค์กรยุคใหม่ ใช้กับคนรุ่นใหม่ก็ได้ มาดูคำถามเหล่านี้กันครับ
1. คุณเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์ไว้วางใจได้
2. คุณเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์แสวงหางานที่เขาจะรับผิดชอบ และการถูกประเมินในสิ่งที่รับผิดชอบ
3. คุณเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์โดยธรรมชาติแล้วต้องการเรียนรู้
4. คุณเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์แสวงหาความหมายที่ดีในงานของเขา
5. คุณเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์ไม่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงแต่จะต่อต้านถ้าถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลง
6. คุณเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์ชอบทำงานมากกว่าอยู่เฉยๆ

อ่านหลายๆ รอบครับ แล้วนั่งทบทวนความเข้าใจกันครับว่ามันยังใช้ได้จริงหรือไม่ในยุคปัจจุบัน สำหรับผมแล้ว นี้คือ บทสรุปของคำว่า “คนคือหัวใจที่แท้จริงขององค์กร” ไม่ว่าองค์กรจะมีรูปแบบอย่างไร ยุคไหนก็ยังคงนำไปปรับใช้ได้เสมอ องค์กรจะใหญ่จะเล็กก็ใช้ได้ เพราะการใช้คนเป็นตัวตั้งในการบริหารองค์กร จะมีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้ ง่ายกว่าการเอาตัวองค์กรเป็นที่ตั้ง เพราะคนเปลี่ยนแปลงเร็วไม่เหมือนกับการเอาระบบงานเป็นตัวตั้ง ทั้งองค์กรและระบบงาน จะปรับเปลี่ยนได้ยากกว่า ท่านผู้อ่านคงเห็นด้วยนะครับ การบริหารจัดการองค์กรจริงๆ ต้องเน้นการบริหารคนให้สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว องค์กรจึงจะอยู่รอดได้จริง หลายองค์กรพังทลายไปก็เพราะคนปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง องค์กรบางแห่งสนใจคนแค่ทำงานได้ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าคนก็พัฒนาได้ ผลของการพัฒนาคนคือ การพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน Mcgregor ก็เห็นด้วยกับความจริงข้อนี้ ไม่เชื่อลองอ่านประโยคเหล่านี้สิครับ
“ข้าพเจ้าทำนายว่า เราจะสามารถเพิ่มการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของคนในองค์กร ต่อเมื่อเราประสบความสำเร็จในการสร้างสภาวะเงื่อนไขที่จรรโลงวิถีชีวิตใหม่ ที่มีความหมายให้คนในองค์กรนั้น”
“ปัญหาที่ยุ่งยากในการจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ในอเมริกาทุกวันนี้ มักสืบเนื่องมาจากการบริหารที่ใช้อำนาจเด็ดขาด และใช้ความพยายามที่ไม่เหมาะสมในการควบคุมพฤติกรรมของคนในองค์กร การใช้อำนาจสั่งการไม่ใช่สิ่งไม่ดี เสียทีเดียว แต่ในบางกรณีจะเหมาะสมน้อยกว่าใช้วิธีชักชวน หรือให้คำแนะนำ การใช้อำนาจอาจนำไปสู่การต่อต้านผลงานตก หรือแม้แต่การจงใจไม่รับฟัง ”
“พฤติกรรมของมนุษย์ทั้งหมดจะมุ่งไปสู่การตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของ เขาตั้งแต่เกิดจนตาย พฤติกรรมแต่ละอย่างเกิดขึ้นจากภายในตัวเขาเองส่วนหนึ่ง และจากสิ่งแวดล้อมอีกส่วนหนึ่ง”
“คนทำงานโดยทั่วไปจะรู้งานของเขาดีกว่าคนอื่น และมีอีกหลายสิ่งที่เขาทำได้ ถ้าเขามีความเข้าใจถึงความจำเป็น ของงาน และถ้าให้โอกาสเขาได้แสดงสติปัญญาและความชำนาญ เขาก็จะเป็นบุคลากรของบริษัทที่มีประโยชน์ทั้งต่อชุมชนการทำงานหรือในวง อุตสาหกรรม”
“เราได้เรียนรู้ว่า ถ้าเรายอมให้การตัดสินใจลงไปสู่ระดับต่ำกว่ามากที่สุดที่จะทำได้ เรามักได้ผลจากการตัดสินใจ ที่ดีกว่า คนทำงานจะเติบโตและพัฒนาได้เร็วกว่า และเป็นการจูงใจที่จะได้ประสิทธิผลดีกว่า”
ก่อนจบขอฝากข้อคิดสำคัญของ Mcgregor ให้ท่านผู้อ่านนำไปขบคิดกัน “เมื่อโอกาสเปิดให้ภายใต้เงื่อนไข ที่เหมาะสม ผู้บริหารมักจะประหลาดใจที่พบว่าคนทำงานสามารถทำประโยชน์ได้มากกว่าที่เคย คิดว่าจะเป็นไปได้” อ่านแล้วต้องบอกว่าใช่เลยใช่ไหมครับ รู้จัก “คน” ก่อนบริหาร “คน” นะครับ สวัสดีครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s