พื้นที่ส่วนตัว 20130723

บทความดี ๆ สำหรับคนทำงาน

โลกใบนี้ คนทุกคนต้องทำงานทั้งนั้น เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง คนอื่น ๆ รอบตัว

เราต้องทำงานกันทุกปี ๆ ละ 365 วัน วันละ มากกว่า 10 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

การเปรียบเทียบว่าจักรวาลกว้าง 1 x 1 เมตร ของใครของมันนั้น เห็นภาพได้ชัดว่า เราจะทำให้การทำงานนั้นมีความสุขได้อย่างไร

ข้อคิดดี ๆ เคยเขียนว่า “จงรักงานที่ทำ เพราะเมื่อนั้น คุณจะโชคดีที่สุดที่ไม่ต้องทำงานอีกเลยทั้งชีวิต คุณจะได้ทำสิ่งที่คุณรักตลอดไป”

มันฟังดูเก๋ เท่ห์ แต่มันต้องแล้วแต่ว่าเราจะมองมันจากอะไร

สามตัวอย่างนี้ อาจจะเป็นประกายความคิดของพวกเราไม่มากก็น้อย

ผมกำลังจะไปหาอีก 22 คนนั้นมาอ่านต่อ….

พื้นที่ส่วนตัวของทุกคนนั้นเท่ากัน เราจะเอาความสุข หรือ ความทุกข์ยัดมันเข้าไปเพื่อให้มันอยู่กับเราล่ะ…

เรื่อง “พื้นที่ส่วนตัว” นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “จักรวาล 1×1 เมตร” วาด-เขียนโดย ม.ย.ร.มะลิ (สำนักพิมพ์วงกลม) ด้วยการจัดวาง การใช้ภาษาที่อ่านง่าย กับภาพประกอบน่ารักที่ทำให้ดิฉันตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ ได้ไม่ยากนัก พออ่านแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกคล้อยตามได้ง่าย แบบสบายๆ ผู้เขียนสามารถทำให้คนอ่านที่คุ้นเคยกับ ซอยทองหล่อต้องอมยิ้ม หรือหากบังเอิญผ่านไปแถวนั้น คงอดไม่ได้ที่จะมองหาบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้
ในที่นี้ดิฉันขอนำมาเล่าต่อเพียงส่วนหนึ่งของแต่ละ “นัก” จาก 25 อาชีพที่ผู้เขียนได้เขียนเอาไว้ เริ่มต้นด้วย คำโปรยที่ชวนติดตามว่า “จักรวาล 1×1 เมตร บางทีแค่โต๊ะทำงานเล็กๆ หรือแค่โซฟานุ่มๆ ที่เรานั่งดูทีวีทุกวันก็ใหญ่พอแล้ว ที่จะเป็นจักรวาลของคนๆ หนึ่ง เราต่างก็ยิ่งใหญ่ในจักรวาลของเรา จักรวาลใครจักรวาลมันนะคะ”
นักเย็บผ้า
“พี่เกลียดที่สุดเลยการเย็บผ้า” ประโยคนี้ของนิไลลาทำเอาฉันอึ้งไปเลย
นี่ฉันกำลังพูดอยู่กับนักเย็บผ้าใช่ไหมคะ
นิไลลาผู้เกลียดการเย็บผ้าเรียนจบคหกรรมศาสตร์ สาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจากเทคนิคกรุงเทพฯ ได้รับ คำชมเรื่องฝีมืออันไม่เป็นรองใคร
“ตอนนั้นพี่ต้องทำงานให้ได้ดี เพราะจะเอาคะแนนเก็บ ตอนนี้พี่พยายามทำใจให้สนุกกับงาน แล้วพี่ก็รักงานไปเอง จริงนะคะคุณน้องมันรักไปเอง”
ก่อนหน้านั้น นิไลลาเคยทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงาน ผ่านมาแล้วแทบทุกร้านในซอยทองหล่อ เพราะ เคยผ่านงานแก้ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาแล้ว งานที่เจออยู่ทุกวันนี้ก็นับว่าไม่ยาก นิไลลาตั้งจักรเย็บผ้าอยู่ข้างถนนตรงหน้ามัสยิดดอฮีรุ้ลอิสลาม ซึ่งการได้อยู่ตรงนี้นอกจากจะมีรายได้เลี้ยงตัวได้แล้ว ยังได้ทำงานให้ศาสนา มีงานบุญก็เข้าไปช่วยงานได้ ไอแดดคือ อุปสรรคในการทำงานอย่างหนึ่ง แต่ตอนเข้าไปทำละหมาดในสุเหร่า ก็ถือว่าได้พักไปในตัว
ส่วนคติในการทำงานของนิไลลานั้น เธอบอกทันทีแทบไม่ต้องคิดว่า
“พูดกับลูกค้าดีๆ”

นักปิ้งกล้วย
“พี่เรียกลูกค้ายังไงคะ”
“ไม่ได้เรียก ยืนขายอย่างนี้แหละ ก็มาเรื่อยๆ”
ก็จริงค่ะ ฉันมองดูจนทั่วร้านแล้ว ไม่เห็นมีนางกวัก ไม่เห็นมีต้นไม้นำโชค หรือปลาตะเพียนทำมาค้าขึ้น แต่อย่างใด
“เทคนิคอยู่ที่การย่าง ปิ้งกล้วยต้องใจเย็น รู้จังหวะไฟแรง ไฟอ่อน”
“วิธีปิ้งกล้วยที่ดีที่สุดทำไงคะ”
“ก็ปิ้งให้สุก”
พูดยังกับจะกวนอารมณ์กันเลยนะคะ
“ขั้นตอนมันก็แค่นี้ ไม่ยาก ไม่ง่าย แต่ปิ้งไม่เป็น กล้วยฝาด ข้างนอกไหม้ข้างในไม่สุก ย่างเกินก็เละ ต้องมอง กล้วยออก ผมทำมานานครับ
นักปิ้งกล้วยชื่อพี่ตรี ขายกล้วยปิ้งอยู่หน้าร้านหมอฟันมาแล้ว 5 ปี แฟนขายอยู่แถวพระโขนง และก่อนหน้านี้ ก็ช่วยพี่ชายขายอยู่แถวสำโรงมาก่อน น้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ลูกค้าติดใจเป็นฝีมือของพี่ชาย จบท้ายเรื่องของนักปิ้งกล้วยที่ว่า
“นี่พี่ยืนทั้งวัน ไม่เมื่อยเหรอคะ”
“ไม่เมื่อยครับ สู้! เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ได้ ทำสืบไป…ให้ลูก”

นักต้มเฉ่า
พี่ตุ๋ย (อายุ 45 ปี) ได้วิชาต้มเฉาก๊วยมาจากคนจีนค่ะ
อาจารย์ของพี่ตุ๋ยเป็นอากงท่านหนึ่งที่ไม่มีใครดูแล วันหนึ่งพี่ตุ๋ยช่วยหามไปส่งโรงพยาบาล จากนั้นก็ช่วยดูแลอยู่อีกถึงแปดปี อากงจึงยอมบอกวิชา
“เฉาก๊วยต้มทีหกชั่วโมง เฮ้อ! ต้มนาน ทำยาก ต้องวัดน้ำ วัดไฟ ไฟแรงไม่ได้ ไฟอ่อนไม่ได้ ทุกอย่างต้องสมดุล”
พี่ตุ๋ยเป็นคนสุภาพ พูดเสียงเบา แถมเวลาพูดยังชอบหันหน้าไปทางอื่นด้วย แต่ยามที่เขาพูดเรื่องต้มเฉ่านี้ เขาหันมาสบตาฉันและมีน้ำเสียงน้ำใจ ซึ่งเป็นกิริยาที่แว๊บขึ้นมาให้ฉันเห็นทุกครั้ง ยามที่ฉันบุกรุกเข้าไปใน ‘จักรวาล 1×1 เมตร’ แต่ละแห่ง ฉันว่ามันเป็น ‘ความภูมิใจอยู่ในตัว’ ของมืออาชีพค่ะ
สมัยนี้เฉาก๊วยขายไม่ค่อยดีเหมือนก่อน โดยเฉพาะตอนฝนตก หรือที่อากาศหนาว พี่ตุ๋ยจึงต้องขายเต้าฮวยน้ำขิงเพิ่มอีกอย่าง น้ำขิงนี้เป็นสูตรของพี่ตุ๋ยเอง ซึ่งจะปรับเปลี่ยนไปตามวันในสัปดาห์
วันอาทิตย์และวันจันทร์น้ำขิงจะเผ็ดมาก เพราะเป็นวันตลาดนัดมีคนแก่มาซื้อเยอะ…
ส่วนวันที่เหลือ รสน้ำขิงจะละมุนละไมให้นางพยาบาลกินได้
เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ รู้สึกได้เลยว่าโลกนี้ช่างน่ารื่นรมย์ เรื่องราวน่ารักๆ ชีวิตที่มีทั้งความสุข และความทุกข์ เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็พบเจอ เพียงแค่เราเปิดโอกาสให้ตนเองได้รู้จักมองคนอื่นบ้าง ก็จะได้พบสิ่งใหม่ๆ ในมุมที่เราอาจ ไม่เคยคิด หรือมองข้ามไป สิ่งที่ดิฉันได้ค้นพบคือ
• ทุกคนมีคุณค่าในงานของตนเอ มีจักรวาลของตนเอง ไม่ว่าจะมีพื้นที่เท่าไรก็ตาม
• ทุกคนย่อมมีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในงานของตนเอง เมื่อเกิดปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ หรือต่อยอดสร้างสรรค์ให้ดียิ่งขึ้นได้
• ทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายในการทำงาน ที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับใคร
• สำคัญที่สุด เมื่อรัก และมีทัศนคติที่ดีในงานที่ตนเองทำ ย่อมประสบความสำเร็จ และมีความสุข
หากจะถามว่า…ในวันนี้พื้นที่ส่วนตัวที่คุณอยู่ได้กลายเป็นจักรวาลของ คุณแล้วหรือยัง? แล้วคุณรู้จักจักรวาลของคุณดีแค่ไหน? และถ้าคุณรู้สึกอึดอัด ไม่สบายกับสิ่งที่ทำ ที่เป็น คุณพร้อมหรือยัง? ที่จะออกไปค้นหาจักรวาลใหม่ที่เป็นของตัวคุณเองอย่างแท้จริง

 

Credit ภัทรียา กลางณรงค์ / pattareeya@ftpi.or.th

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s