Manager Talk 20130106

สวัสดีครับ

ยังไม่สายไปสำหรับการกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ต่อกัน ส่งความสุขให้กันและกัน ผู้ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นเป็นผู้มีความเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดอยู่แล้วครับ หลายคนเดินทางไกลมากอาจจะยังเหนื่อยล้าตกค้างอยู่ ก็คงจะปรับสภาพกลับมาได้เร็ววัน รักษาสุขภาพกันไว้บ้างด้วยนะครับ อากาศเปลี่ยนไปมาคนที่ว่าแข็งแรงที่สุดยังเดี้ยง เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวปรับตัวไม่ทันก็จะแย่เอา

ไม่ได้เป็นแต่พี่ไทยเรา ทั่วโลกมีสภาพภูมิอากาศแปรปรวนคงจะได้ข่าวกันบ้างนะครับ รัสเซียแดนหมีขาวแท้ๆยังหนาวตายไปเป็นร้อย ออสเตรเลียเขตหนาวก็โดนไฟป่าเผาเมืองหมดไปอีกเป็นร้อยๆ หลัง เกิดแผ่นดินไหวขึ้นตามขอบทวีปต่อเนื่องกันมาสองสามปีมาแล้ว ใหญ่บ้างเล็กบ้าง เป็นวัฏจักรหมุนเวียนกันไปในโลกล้านปีใบนี้ ในช่วงชีวิตหนึ่งทุกคนต้องเจอกับเรื่องประมาณนี้อ่ะครับ บางจังหวัดของไทยตอนนี้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ไม่ใช่หนาวนะครับ แห้งแล้งต่างหาก ประกาศกันตั้งกะตอนฤดูหนาวนี่เลย ไม่ต้องห่วงว่าเดือนเม.ย.ร้อนจริงจะเป็นอย่างไร เมืองไทยที่หน้าหนาวอุณหภูมิสี่สิบกว่า ๆ องศาเซลเซียส หน้าร้อนนี้สงสัยทะลุเกือบห้าสิบแน่ ๆ ปีที่แล้วโน้นยังหนีน้ำท่วมกันแหม่บๆ กลับไปกลับมา ใครมีญาติพี่น้องอยู่ทางต่างจังหวัดที่อาจจะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไม่เต็มที่ด้วยเหตุแห่งปัจจัย จะหวังพึ่งรัฐก็เห็นจะยากเพราะหนี้ท่วมตัวไปหมด เราถ้าเป็นกำลังหลักของครอบครัวก็ขอให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาทนะครับ รู้จักเก็บหอมรอมริบตามอัตภาพ ทำมาหาเก็บบ้างหากินบ้าง โบราณบอก เหลือเก็บค่อยนำมาจ่าย เหลือจ่ายค่อยเอามาซื้อ มันก็ถูกอยู่นะครับ ความหมายตามตัวของมัน แต่เดี๋ยวนี้จะเยอะที่ ซื้อ(ที่อยากได้)ก่อน เหลือค่อยจ่าย(หนี้) หากเหลือจริง ๆ ค่อยเอาไปเก็บ …… ตอนนี้หนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยของคนไทยล่าสุดที่ผมเห็นประมาณสองแสนห้าหมื่นบาทโดยเฉลี่ย นั่นคืออุ้มหนี้กันถ้วนหน้ามากบ้างน้อยบ้างเฉลี่ยกันไป อัตราเงินเฟ้อปีที่แล้วสามเกือบสี่บางเดือนทะลุไปห้า นั่นคือ เงินร้อยนึงเหลือค่าประมาณเก้าสิบห้าบาท ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ค่าไฟก็ปรับรับปีใหม่ แก๊สสำหรับภาคขนส่งปรับทุกเดือนๆละห้าสิบสตางค์ต่อกิโล ในสิ้นปีนี้คือเพิ่มอีกเกือบสิบบาทครับ รัฐบาลยังคิดหนักที่จะยังคงอุ้มดีเซลต่อไปไม่ให้เกินสามสิบบาทโดยให้ผู้ใช้เบนซินโดนภาษีมากขึ้นแทน โลกหนอโลกอะไร ๆ มันเพี้ยนไปได้ขนาดนี้ มันย้อนมาที่ชีวิตเราได้นะครับ การเมืองที่ว่าไม่เกี่ยวๆ กับเรา มันมีผลกับเราทั้งนั้น รถคันแรกขายได้เป็นล้านกว่าคัน ผู้ผลิตร่ำรวยกันอู้ฟู่ ลืมที่น้ำเคยท่วมโรงงานปีก่อนไปหมด รัฐช่วยจริง(ตามที่สัญญาไว้ว่าอย่าย้ายฐานการผลิตนะ) แต่ช่วยใครล่ะครับ ผู้ผลิตชิ้นส่วนทั้งหลายส่งโรงงานก็เป็นนักธุรกิจกลุ่มการเมืองทั้งนั้น พนักงงานโรงงานนั้นได้ค่าจ้างเบี้ยขยันค่ากะกันเต็มที่ก็จริงแต่เรียกได้ว่าทำงานกันสายตัวแทบขาดในปีที่ผ่านมา ชนชั้นกลางถอยรถออกมาติดกันบนถนน เพราะถนนมันไม่เพิ่มไปด้วย ติดมาก ใช้น้ำมันมาก ค่าใช้จ่ายก็ตามมาต่อไป อีกไม่นานรถคันแรกก็ต้องนำไปเข้าศูนย์บริการ ซึ่งยังไม่ได้เตรียมขยายการรองรับไว้ ใครเอารถไปเข้าศูนย์ต่อไปต้องห่อข้าวไปกินรอด้วยนะครับอย่าลืม

ผลของค่าแรงสามร้อยบาทออกข่าวตั้งแต่ต้นปี หลายแห่งโดยเฉพาะ SME ปิดโรงงานหนีไปเลย ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ เดี๋ยวก็ทำใหม่ แต่ขอตั้งหลักก่อน ผู้ประกอบการยังคิดไม่ทันว่าจะทำอย่างไรดี พนักงานหลายคนไปทำงานเก้อเพราะโรงงานปิดตัวลงแบบไม่บอกไม่กล่าว ที่สระบุรี พะเยา น่าน และ บางจังหวัดทางอีสานถูกจับตามองเป็นพิเศษว่าอาจจะมีอีกหลายแห่งตามมา แนวโน้มในไม่ช้าที่จะเป็นไปได้ก็คือ การจ้างงานแบบเหมาช่วง คือให้ผู้อื่นรับภาระค่าจ้างสวัสดิการ การบริหารจัดการไป โรงงานจ่ายเฉพาะค่าแรงต่อหน่วย เช่นฉันทนาเคยนั่งเย็บงานทั้งวันที่โรงงาน ต้องมีเวลาพัก มีอาหารขายมีรถบัสรับส่ง บางแห่งก็จะเป็นการว่าจ้างไปที่อื่น ตัดที่นึง เย็บที่นึง แต่จ่ายเป็นตัว ๆ ไป จะทำกันถึงสว่างก็เอาไปเท่านั้นไม่มีการคิดเป็นโอทีอีกต่อไป ไหนจะลดค่าโสหุ้ยรถรับส่ง เครื่องแบบ โรงอาหาร จิปาถะลงไปมาก บางแห่งเอาวิธีการคิดค่าจ้างแบบสลับซับซ้อนระดับอ๋องมาใช้ หักโน่นนี่ยิบยับ ทำทั้งเดือนบางทีโดนหักมากกว่ารายได้อีกก็มี ใครไหวก็สู้ใครไม่ไหวก็ถอย ค่าแรงถ้ามันมากกว่าที่เคยเป็นจุดคุ้มทุนอีกนิดเดียว มันก็จะไปเข้าราคาการลงทุนเครื่องจักร ซึ่งไม่มีพักร้อนลาป่วยลากิจ หักต้นทุนแต่ค่าเสื่อมราคาและค่าบำรุงรักษาเท่านั้น เรื่องแบบนี้ละเอียดอ่อนครับเป็นรักสามเศร้า มองพลาดไปนิดเดียวปัญหาใหม่ตามมาอีกเยอะ นี่แหละครับแนวทางที่มันจะเป็น ภาคก่อสร้างก็เช่นกันมีหลายอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ผมมีเพื่อนๆที่ทำงานในหลายหน่วยงานก็กำลังเห็นแนวการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นกับกลุ่มงานก่อสร้างของเรา ไม่ว่าจะเป็นเอ้าท์ซอร์ส การประเมินผลงานที่เข้มข้น หรือ การแกว่งของค่าตอบแทนในบางกลุ่มสายงานที่จะมีช่วงที่กว้างขึ้นตามลำดับขั้นของความสามารถ เป็นต้น

 

เริ่มด้วยเรื่องเบา ๆ แต่เหมือนจะหนักไปเรื่อยๆ ผิดคอนเซ็ปต์แมเนเจอร์ทอร์ค นี่เพิ่งจะเป็นฉบับแรกของปีมะเส็งเอง ก็คงจะพอ ๆ ไว้แค่นี้ก่อนครับ

 

ชาร์ลส ดาร์วิน นักวิทยาศาสตร์บิดาศาสตร์เรื่องพันธุกรรมกล่าวไว้ว่า

“ไม่ใช่ผู้แข็งแรงกว่าที่จะเป็นผู้อยู่รอด แต่เป็นผู้ที่สามารถปรับตัวได้เร็วและดีกว่า”

 

บุญรักษา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s