Family Trip HUA HIN

6-8 April 2012 …..

ลาหยุดงานสองวัน เพื่อไปพักผ่อนท่องเที่ยวกับครอบครัว เลือกที่จะไปหัวหินกัน ออกเดินทางเช้าวันที่ หก ประมาณแปดโมงล้อหมุน เรื่อยๆ ไปทางถนนพระรามสอง หะแรกตั้งใจว่าจะทำพิธีลอยอังคารให้กับริน เค้าอยู่กับเรามานานแล้วและน่าจะได้ทำการแปรธาตุให้เค้าได้รวมตัวกันกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่ได้แยกย้ายกันออกไป … จำทางผิดทำให้ไม่สามารถแวะได้ในขาไปนี้ การเดินทางก็ต้องไปต่อ การจราจรติดขัดบ้างเล็กน้อยเพราะมีการทำสะพานใหม่ข้ามแม่น้ำแม่กลอง แต่ไม่มากนัก ผ่านแยกวังมะนาวไปก็ประมาณเกือบสิบเอ็ดโมง จนถึงเขาย้อย ทีแรกว่าจะแวะถ้ำเขาย้อยแต่ก็ขับผ่านไปอีกจนได้ (ทริปนี้ไม่มี GPS ใช้การศึกษาเส้นทางมาล้วน ๆ ) เลยตั้งใจว่าไปกินข้าวเที่ยงกันเลยดีกว่า สมาชิกลงความเห็นไม่แวะเมืองเพชรบุรีด้วย ทำให้เราบ่ายหน้าไปหัวหินทันที

ประมาณเที่ยงก็มาถึงสถานที่กินข้าว “บ้านสถานี” ตามลายแทงแอพฯบนไอโฟน เป็นร้านธรรมดา ๆ ก่อนทางเข้าเมือง ประดับร้านให้ดูร่มรื่นนิดนึง มีป้าย”สถานี”หัวหินจำลองให้พอเข้าธีมของร้าน เราก็จัดก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นไปซะ ใช้ได้อยู่ จากนั้นก็ไปเยี่ยมชมสถานีรถไฟหัวหินซะหน่อย ชานชลายังคงความคลาสสิคเช่นเดิม แม้ภายในสถานีจะมีวิทยาการใหม่ ๆ มาแทนที่แล้ว เช่น มีจอ LCD แสดงเวลาเข้าของรถ ช่องขายตั๋วก็ติดแอร์เย็นฉ่ำ ที่น่ารักคือ มีภาพสมเด็จพระเทพฯประทับถ่ายพระรูปข้างๆป้ายสถานีอินเทรนด์เช่นกัน นุชกับเนยก็ไปถ่ายรูปกันใหญ่ สิ่งที่ยังอยู่คู่กับสถานีรถไฟเช่นเคยคือหมู่พ่อค้าแม่ขาย พร้อมอาหารจานด่วนต่าง ๆ นา ๆ ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวผัดไปยันข้าวหลามเป็นกระบอก ๆ น้ำสารพัดชนิด ที่ทำให้เราแปลกใจว่าเค้ากะเวลาได้อย่างไรว่าใส่น้ำกับน้ำแข็งแล้วในเวลากี่นาทีที่น้ำจะไม่เสียรสชาติและไม่ดูไม่น่ากิน เค้าทำได้จริง ๆ และคล่องแคล่วมาก คิดว่าอาชีพนี้จอยู่ไปอีกนานแสนนานคู่กับรถไฟไทยของเรา….ภายในสถานีมีงานแสดงภาพถ่ายในหลวง คนให้ความสนใจค่อนข้างบางตา นักท่องเที่ยวถ่ายรูปมากกว่า หลายรายการการท่องเที่ยวก็เป็นแบบนี้ ขอให้ได้มาเหยียบก็พอ ไม่ได้รับรู้ว่าอะไร ทำไม ยังงัย ที่ต้องหรือที่ทำให้มีสถานที่นั้น น่าสลดใจ…

บ่ายสองกว่า ๆ เราก็เข้าที่พักที่นุชจองไว้ล่วงหน้า Sea Harmony เป็น Guest House ขนาดห้าห้องนอนและมีคาเฟ่เล็ก ๆ อีกหนึ่ง อยู่แถว ๆ ทางไปเขาตะเกียบ ออกนอกหัวหินไปนิดนึงเป็นบ้านขนาดประมาณ 120 ตร.วา เจ้าของตกแต่งสวยงาม และดูแลกันเองทั้งผัวเมีย (จบศิลปากรมาเพราะฉะนั้นหัวทางนี้ไม่ต้องพูดถึง) การบริการเป็นกันเองและดูทั้งคู่ไม่เห็นจะเหนื่อยกับงานบริการนี้เลย จะคอยอธิบายใส่ใจกับแขกทุกกรุ๊ป (วันที่ไป ต่างชาติสาม ไทยสอง) ห้องก็ตบแต่งง่าย ๆ แต่สวยงาม ไม่มากไม่น้อย ขอเตียงเสริมให้เนยที่นึง ก็ยังไม่ทำให้ห้องแน่นมากนัก สมาชิกพักผ่อนตามอัธยาศรัย อาบน้ำแต่งตัวกันอีกรอบ แล้วสาว ๆ ก็ไปถ่ายรูปในรอบ ๆ บ้าน ทั่วไป กะว่าประมาณบ่ายแก่ ๆ จะออกไปดูทะเลกันที่ฝั่งตรงข้าม และอาจจะเล่นน้ำให้ได้ชื่อว่ามาถึงหัวหินสักหน่อย

ด้เวลาไปดูทะเลปรากฏว่าลมแรงมากและคลื่นซัดแรง ทำให้หาดที่แคบอยู่แล้วยิ่งแคบหนักเข้าไปอีก ได้ความว่าเป็นอิทธิพลของพายุฤดูร้อนหาง ๆ บวกกับเป็นช่วงน้ำขึ้นด้วยทำให้แผนที่คิดไว้ต้องล่มโดยปริยาย สาว ๆ ก็ถ่ายรูปกันเล็กน้อย แล้วเราก็กลับมาสอบถามเจ้าของบ้านเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวกันอีกรอบ พอได้รายละเอียดเราก็ล้อหมุนกันใหม่ จุดแรกที่แวะไปคือตลาดน้ำหัวหิน ซึ่งอยู่ออกนอกเมืองไปทางปราณบุรี มีสองตลาดตั้งแข่งกัน คือ ตลาดน้ำหัวหิน และ ตลาดน้ำหัวหินสามพันวา เราเลือกอันแรก(ถึงก่อน) ตอนแรกนึกว่าคงจะเหมือนตลาดน้ำดาษ ๆ ทั่วๆ ไป คนไปเที่ยวมากพอสมควรผิดคาด ไม่ใช่เฉพาะคนกรุงเทพ แต่รวม ๆ กันไป เค้าทำอาคารเป็นหมู่ ๆ แล้วทำสะพานให้เดินข้ามไปมาหากัน ของที่ขายก็แปลก ๆ ดี จะว่าที่ระลึกก็ไม่ใช่ ของกินของฝากก็ไม่เชิง ของใช้ประจำวันก็ไม่ใช่เช่นกัน ก็ทำให้เดินได้ไม่เบื่อ (ถ้าไม่เมื่อย) เราใช้เวลาที่นี่จนค่ำมืดลงก็เดินทางต่อเป้าหมายปากแม่น้ำปราณ แหล่งกินอาหารทะเลรสอร่อย การเดินทางลึกลับซับซ้อนมากต้องใช้บริการ GPS ที่นอนตายในรถมานาน ไปถึงร้านลึกสุด ๆ จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว แต่คนขี่คอกันกิน ไปถึงหนึ่งทุ่มร้านบอกงดรับออร์เดอร์เพราะคิวยาวมาก เราไม่หวั่นหน้าด้านบอกว่านานก็รอได้ให้กินกันทั้งร้านแล้วค่อยให้เราก็ได้ เค้าคงต้องยอมใจเรา คนอื่น ๆ มาทีหลังพอบอกว่ายาวก็พากันจากไปสิ้น ระว่างรอก็สั่งไวน์มาตบรอซะหน่อย(มาเที่ยวต้องใช้เงิน ไม่ใช้เงินก็ไม่ต้องมากัน) พออาหารออกมา อร่อยมาก หลายอย่าง จำได้ว่าทอดมันชาวเลก็เป็นหนึ่งในนั้น ปลาอะไรสักอย่างทอดก็เด็ด เสียดายแบตฯหมดไม่ได้อัพรูปอะไรเลย จำร้านไม่ได้อีกต่างหาก ออกจากร้านก็กลับไปทางเขาตะเกียบ จุดหมายสุดท้ายคือตลาดจั๊กจั่น(สกาดา) แหล่งท่องเที่ยวสำหรับพวกฮิป ก็ไม่เสียเที่ยวเพราะเขาทำดีจริง ๆ เป็นเหมือนสวนสาธารณะแต่จัดให้มีการรวมตัวกันทุกสุดสัปดาห์ มีการแสดงออก มีออกร้าน มีโซนแจ๊สให้นั่งฟัง ของกินก็แยกเป็นสัดส่วน ได้เจอคุณสุวัฒน์ ลิปตภัลลภใบบทคนธรรมดาต่อคิวซื้อน้ำปั่นอยู่ด้วย ว่าจะเข้าไปแสดงความเคารพทักทาย เพราะมีความรับถือแกอยู่พอประมาณแต่เกรงว่าจะไม่งามเลยผ่านไป ของที่ขายก็ประมาณเจเจนั่นเอง แต่เน้นเป็นแฮนด์เมดเฉพาะ ผู้คนให้ความสนใจกันมากมาย รถราถึงกับติดยาวเหยียด เราซื้อของกันได้เยอะที่นี่ ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า ๆ ประมาณสี่ทุ่มนิด ๆก็กลับห้องพักผ่อน ….หมดไปหนึ่งวัน

เช้าวันที่เจ็ด ตื่นนอนประมาณเจ็ดโมงกว่า ๆลงไปเดินดูทะเล สายไปนิดพระอาทิตย์หนีไปแล้ว แต่บรรยากาศยังสบาย ๆ ตรงบริเวณทางลงหาดก็มีชาวบ้านเอาปูปลามาขายกัน ได้ความว่าใช้เรือเล็ก ๆ ออกไปปล่อยอวนตอนกลางคืนเช้ามาก็มานั่งแกะอวนตรงนี้ ใครจะซื้อก็มาซื้อไป มีปูขายสักสองกะละมังยังขายโลละ 280 เท่าทางระยองแสมสารเลย ยังไม่ไปถึง 350 แบบอาทิตย์สงกรานต์ที่ผ่านมา ชาวบ้านก็ทำกันแบบสบาย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะรอสับนักท่องเที่ยว แต่คนกรุงเทพที่มาซื้อก็ยังคงมีฟอร์มกรุงเทพอยู่นั่น พูดจาไม่เข้าหูสั่ง ๆ และถามคำถามโง่ ๆ เช่น “ทำไมไม่นึ่งให้ด้วย !!!” บ้าหรือเปล่า คนขายตอบแบบสุภาพว่า “ที่คอนโดคุณ ๆ คงจะมีอุปกรณ์นะคะ อีฉันไม่มีน่ะ แกะจากอวนอย่างเดียว” … ถามลุงว่าอาหารสมบูรณ์ดีไหมลุงว่าตอนที่น้ำจืดลงมามาก ๆ ช่วงน้ำท่วมที่นี่ปลากระเบน ปลาหมึกสำลักน้ำตายเพียบ เอามาขายกันบาน ลุงว่าถ้ามันวิปริตกันแบบนี้ความสมบูรณ์มันจะน้อยลง มันกระทบกันไปหมดจริง ๆ กลับที่พักเพื่อกินอาหารเช้า ผัวทำเมียเสริฟเช่นเคย อาหารก็ทำอร่อยดีง่าย ๆ ไม่มากไม่น้อยเช่นเคย จากนั้นเราก็เก็บของเตรียมออกเดินทางเปลี่ยนที่พัก ออกเดินทางสิบโมง ไปจุดประจำของหัวหินคือ “เพลินวาน” สถานที่ที่มีการถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งจนลืมดูว่าเรามาเพลินวานทำไม??? สารพัดผู้คนยัดเยียดไหลไปมาในนั้นท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ๆ แต่คิดว่ามันจะเป็นเสน่ห์ของหัวหินต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง คนทำเขาตั้งใจจริง ๆพยายามทำให้ทุกอย่างเป็น”วาน”จริง ๆ แต่คนที่ไปดูนั้นจะรู้สักกี่กระผีกของ”วาน”ไม่รู้ สำหรับเราก็ไม่ต่างกับตลาดคลองบางพลีน้อย ตลาดคลองสวนร้อยปี นั่นคือ”ของจริง” และคนจริงๆ แต่อย่างว่าอะไรว่าดังเราต้องเอาซะหน่อย…

ออกจากเพลินวานกันก็เที่ยงกว่า ๆ แล้ว เราตั้งใจว่าวันนี้จะเที่ยววังพระราชนิเวศน์ฯไปซะด้วยเลย พรุ่งนี้ขากลับจะได้ไม่ต้องแวะอีก ระหว่างทางไปนั้นเราก็มอง ๆหาร้านข้าวไปด้วยไปเจอร้านแชมป์รางวัลที่สามงานประกวดอาหารเมืองเพ็ชรฯ ร้านชื่ออะไรจำไม่ได้(ไม่น่าจะได้ไปเป็นไกด์อะไรเลย ลืมทุกอย่าง) กับข้าวอร่อยมาก สั่งแกงส้มหน่อไม้ดองปู พะแนงแห้งทะเล และอีกสองสามอย่าง จัดเต็มไปเลย ราคาก็ไม่แพง จากนั้นก็ไปเดินต่อที่พระราชนิเวศน์ฯ ช่วงนั้นเป็นวันก่อนวันพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จเจ้าฟ้าเพ็ชรรัตน์ฯ มีการไว้ทุกข์ของเหล่าข้าราชบริพารและจัดนิทรรศการตรงบริเวณทางเข้า นักท่องเที่ยวก็เพียบตามคาด แต่น้อยคนที่จะพูดถึงหรืออ่านประวัติความเป็นมาของพระที่นั่งต่างๆ ตลอดจนวันนั้นไม่มีคิวให้ขึ้นชมพระตำหนักด้วย (มากเกินไปต่อวัน) นักท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงเป็นประมาณนักถ่ายรูปกันทั่วๆไป เก็บบรรยากาศและความประทับใจเอาไว้ในความทรงจำ น่าแปลกใจมาก ๆ ที่คนเป็นร้อย ๆ คนมาพำนักที่นั่นได้เมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา การจัดการต่าง ๆจะต้องเยี่ยมมาก ๆ ทึ่งจริงๆ

บ่ายสี่โมงกว่า เกือบๆ ที่วังจะปิด เราก็ออกเดินทางไปที่พักที่ใหม่ KOR SOR Resort & Spa อยู่แถว ๆ บ่อฝ้าย เข้าไปในภูเขาหน่อยสักสามกิโล เป็นอันว่าเราจะไม่ได้เห็นทะเลกันอีกแล้วในทริปนี้ ที่พักลงทุนมากพอสมควรเป็นบึงบ่อประดิษฐ์ ขุดบ่อขึ้นมาและสร้างบ้านเป็นกระท่อมเล็ก ๆ รอบ ๆ บ่อน้ำนั้น รีสอร์ตกำลังจะทำให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ขี่จักรยาน ผจญภัย และ สปา (ยังไม่เสร็จ) ประมาณนั้น ใช้เวลาเข้าที่พักเล็กน้อย อาบร้ำอาบท่าเตรียมไปเป้าหมายต่อไป “โต้รุ่งสัตหีบ ตลาดฉัตรไชย” ที่ ๆ ใครก็ต้องไปกัน เราก็ต้องเอาซะหน่อย ฝ่าฟันการจราจรที่เริ่มคลาคร่ำของหัวหิน ไปแย่งที่จอดรถได้ใกล้ ๆตลาดแล้วก็ออกเดินกันแบบไม่มีลายแทง 90% ของผู้มาเดิน “กรุงเทพ” เช่นเคย เดินไปคุยไป ทุกที่ทุกร้านคนโคตรเยอะ ไม่มีทางเลยที่จะเข้าไปนั่งพร้อมกินได้ทันที ต้องแบ่งทีมเราไปยืนรอยืนเฝ้าโน่นแหละถึงจะสามารถ สรุปว่าไปต่อคิวกินหอยทอดผัดไทย ไข่ปลาหมึกทอด และ น้ำแข็งไสมา พอให้รู้ว่าเราได้มาสัมผัสแล้ว …..

ก่อนเข้าที่พักแวะชิวเอ้าท์ที่ มิวสิครูม ซะหน่อย เป็นที่นั่งคุยกันเล่น ๆ ของคนที่นั่น (กรุงเทพ ?) สั่งเบียร์สดและ Kamikaze มากินกันพอมึน ๆ (ยานอนหลับ) ก่อนจะกลับเข้าที่พักดึก ๆ คืนนั้น พักผ่อนนอนหลับ…..หมดคืนที่สอง…กลางคืนฝนตกและมีพายุนิดหน่อย ห้องน้ำเอ้าท์ดอร์ที่มีก็เลยรกไปด้วยใบไผ่ร่วงมาบาน พอตอนเช้ามันก็ผิดรูปไปนิดนึง จากที่เคยดูเป็นแนวห้องน้ำท่ามกลางธรรมชาติกลายเป็นต้องเก็บใบไม้กันใหญ่…

ตื่นนอนไปกินอาหารเช้าบุฟเฟ่ต์ที่รีสอร์ตจัดไว้ในห้องอาหารเหนือบ่อน้ำ(ขุด) ก็เป็นอาหารทั่ว ๆ ไปแบบยังไม่มีทิศทางให้เด่นไปทางไหนสักทางคงต้องหาแนวอีกพัก เก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางประมาณเก้าโมงกว่า ๆเกือบสิบโมง วันนี้จะมุ่งกลับเลยไม่แวะที่ไหนอีกแล้ว กะจะไปลอยอังคารให้รินในเที่ยวนี้ ยังคงเก็บแบต GPS ไว้นิดนึงและกะว่าจะใช้ในเที่ยวกลับนี่แหละเพื่อหาวัดช่องลม ผ่านตัวเมืองเพ็ชรฯ พระนครคีรีกำลังมีงานพอดี เหมือนปีโน้นที่มาหลังผ่าตัด ไม่ได้แวะซื้อของฝากที่ร้านนันทวัน ผ่านเขาย้อย วังมะนาวเลี้ยวเข้าพระรามสอง มุ่งหน้า”วัดช่องลม” แปลกมากพอเลี้ยวรถเข้าถูกซอยตามคำสั่งของ GPS มันก็ขาดใจตายไปทันทีซะงั้น

ถึงวัดช่องลม ท่าฉลอม(มหาชัย) ประมาณเที่ยงครึ่ง ติดต่อคิวเรือลอยอังคารต้องรออีกประมาณครึ่งค่อนชั่วโมง มีหลายคณะที่พากันมาทั้งตระกูล สิบยี่สิบคนโน่น ลงไปเต็มลำเรือเลย อุปกรณ์เครื่องบริวารเพียบ แต่เราไม่ได้เอาอะไรมาเลย ทุกอย่างไปจัดเอาที่วัดนั่นเอง ดอกไม้โปรย ผ้าขาว ดอกไม้กำ น้ำอบ ฯลฯ เจ้าหน้าที่แนะนำให้นิมนต์พระลงไปด้วย (มีพระนั่งสแตนด์บายประมาณสองสามรูป) แต่เราไม่เอา เพราะเราได้มีการทำบุญทุกอย่างให้รินมาครบหมดแล้ว วันนี้เพื่อที่จะแปรธาตุให้เขากลับไปสู่ธรรมชาติแบบตอนที่มา แม่พระคงคาจะรับหน้าที่นั้น เรือใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิด ๆ ในการไปและกลับ คนขับเรือทำหน้าที่ช่วยเหลือในการพิธีต่าง ๆ มากมาย บางทีมองแล้วจนเลอะ แต่อย่างว่า เขาก็ต้องการทำให้ญาติคนตายพอใจสูงสุดนั่นเอง ในที่สุดอัฐิและโกฏิบรรจุก็ถูกแม่พระคงคาพาไปจนลับสายตา เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน

คณะทัวร์ก็เดินทางต่อ ขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครกลับมาลงวิภาวดีรังสิต แวะกินก๋วยเตี๋ยวนายใช้ดอนเมือง ก่อนกลับเข้าบ้านชัยพฤกษ์โดยสวัสดิภาพ หมดแรงกันเล็กน้อย เพราะวันต่อมาต้องกลับไปทำงานทันทีเลย….รวมระยะทางขับรถไปกลับประมาณแปดร้อยกิโล น้ำมันเต็มถังบวกอีกนิด ๆ ไม่น่าเกินต้นทุน สามพันบาท…

20120418-210659.jpg

20120418-210903.jpg

20120418-210924.jpg

20120418-210936.jpg

20120418-210949.jpg

20120418-211007.jpg

20120418-211020.jpg

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s