Manager Talk 20120229

Manager Talk ฉบับนี้ เป็นฉยับพิเศษครับ หนึ่ง ออกกลางสัปดาห์ (มิดวีค) สอง ประจำวันที่ 29 ก.พ. อีกสี่ปีถึงจะครบรอบ และ สาม เป็นฉบับสุดท้ายของการสื่อสารกันระหว่าง Fabrication Workshop Manager และพนักงานในโรงงานของเรา วันนี้คิอ วันสุดท้ายของการทำงานที่นี่ในตำแหน่งนี้ครับ เพื่อนเก่าของผมมาหาและพาผมออกเดินทาง ใช่แล้วครับเพื่อนผมชื่อ “เวลา” มาไม่มาคนเดียว เอาญาติมาด้วย ผมก็เลยต้องออกเดินทางผจญภัยไปพร้อมกับเขา อ้อ ลืมบอกไปเพื่อนเค้าชื่อ “ความเหงา”ครับ ที่นั่งมีสามที่ ผมเลยต้องชอฝากสัมภาระชิ้นใหญ่ไว้กับทุกคน ฝากดูแล”ความรัก”ของผมด้วยครับ ไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษแค่เพียง”ใส่ใจ”กันก็พอ การออกเดินทางครั้งนี้ออกจะขลุกขลักไปบ้าง และ ไม่ค่อยจะสะดวกใจกับคนอายุสี่สิบเท่าไหร่ แต่อย่างว่าแหละครับ ถ้าเป็นการ “เจอเพื่อจาก” เราจะเศร้ามาก ซ้อแปดบอกให้มองด้วยทัศนคติที่ดี ดังนั้น มันจะต้องเป็นการ”จากเพื่อเจอ” ครับ หากว่าการเดินทางของผมในครั้งนี้ จะได้ไปทำคุณาประโยชน์ให้กับคนส่วนมาก และ สามารถจะทำให้เราเจริญเติบโตมากขึ้น แน่นอนไม่ใช่เพราะผมคนเดียว แต่หากว่าการเข้าร่วมครั้งนี้ทำให้เราได้เจอกันน้อยลงแต่นานขึ้น ผมก็ยินดีครับ

ชีวิตนกขมิ้นเหลืองอ่อน เหมือนเพลงประจำตัวผมก็จะต้องเริ่มขึ้นอีกครั้ง ใจหายนะครับ การจากไปจากพื้นที่ที่ตัวรัก จากคนที่รัก และ ที่สำคัญจากคนที่รักเรา แม้จะไม่ต้องบอกกันทุกวันแต่การกระทำและการแสดงออกมาทำให้เรารับรู้ได้ โบราณว่าคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ เช่นกันครับ คนรักผมเป็นสิบ คนเกลียดเป็นพัน แต่ความรักเล็ก ๆ ที่ได้จากทุกคนทำให้แบตเตอรี่ผมบรรจุพลังเต็มเปี่ยมในการทำงานและคิด เพือทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อเรา และ ทุก ๆ คน ตอนนี้แหล่งพลังงานผมกำลังอ่อนลง และ ระบบสำรองข้อมูลผมกำลังโดนไวรัสโจมตีเล็ก ๆ ผมต้องรีบไปทำการบู๊ทระบบอย่างเร่งด่วน ปัญหาของผมก็คือ การบู๊ทระบบ และ การรีเซ็ตเมโมรี่จะทำให้ผมต้องสูญเสียความทรงจำดี ๆที่นี่ไป ผมจะไม่ทำอย่างนั้นครับ แม้มันจะต้องเลี่ยงไปใช้วิธีอื่นที่จะนำเอาพลังกลับมาเหมือนเดิม ผมก็คงต้องฝืนมันไปอย่างนี้ครับ ความทรงจำเหล่านั้นหาซื้อไม่ได้อีกแล้ว มันมีมูลค่ามากเกินกว่าที่จะมีใครเอามันไปขายครับ ผมจะเก็บมันไว้ในหลืบรอยหยักของสมองส่วนกลางของผม….ตลอดไป

ไม่อยากจะนึกไปถึงบรรยากาศเก่า ๆ มากมาย ภาพความทรงจำนั้นไม่เคยเลือนหายไปครับ มันจะยังอยู่ตลอดไป ภาพที่ผมเห็นชัดเจนที่สุดคือ การพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดของพนักงานหลายคนหลายกลุ่ม จากเด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่เก้ ๆ กัง ๆ เมื่อเจ็ดแปดเดือนที่แล้ว ตอนนี้กำลังเข้าวัยฉกรรจ์กำลังเติบโตไปอย่างมั่นคง รักษาตัวให้ดีครับ โลกนี้ไม่กว้างมากเท่าใดนัก เราจะต้องได้เจอกันอีก ถ้าเปรียบผมเป็นแม่ทัพที่ปักร่างสร้างค่ายอยู่ที่ทุ่งเกษมพลนี้ ผมต้องขอกล่าวว่า “เป็นเกียรติที่ได้ร่วมรบกับทุกคน” แม้เราจะถูกกะเกณฑ์มาจกท้องที่ต่าง ๆกัน มาจากคนสะสำนักทั้งบู๊ตึ้ง ง้อไบ๊ เหลียงซาน หรือเส้าหลิน แต่ที่สุดแล้วเราก็มาร่วมกัน และ ผสานกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวที่สุดครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมต้องขอกล่าวขออโหสิกรรม หากว่าการกระทำใด ๆ ของผม ทั้งทางกาย วาจา หรือ ใจ ได้ทำร้าย หรือ ส่งผลร้ายให้กับผู้ใด หรือ จิตใจของใคร ทั้งหมดนั้นทำไปด้วยจิตบริสุทธิ์ และ มิได้มีประสงค์จะทำให้ชีวิตใครต้องมีอันเป็นไปทั้งสิ้น จากวันพรุ่งเป็นต้นไป บทบาทที่เปลี่ยนไปใหม่จะทำให้เราถอดหัวโขนที่หนักอึ้งออกไป เจอกันก็ทักทายกันบ้าง คิดถึงกันเบาเบา และหากว่ามีเรื่องใดๆ ที่ผมพอจะช่วยเหลือได้ ก็ขอให้บอกนะครับ ทำได้ก็จะทำให้เต็มที่ …ผมขอขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมมือช่วยเหลือและฝ่าฟันสิ่งต่าง ๆ มาด้วยกัน ร่วมรบมาด้วยกัน แม่ทัพนายกอง ทหาร พลธนู พลม้า จตุรงคสันนิบาต พลปืน พลาธิการ เสนาธิการ พลทหาร และ แม่บ้าน ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ครับ นำไปบอกลูกบอกหลานได้เลยครับ เหมือนกับที่ผมจะเก็บบันทึกนี้ไว้เพื่อบอกกับทุกคนว่า ครั้งหนึ่งในเสี้ยวเวลาของชีวิต ผมได้เคยอยู่ที่นี่ ร่วมรบและนำเอาทุกสิ่งอย่างให้เกิดขึ้นที่นี่ร่วมกับทุกคน….

 

บุญรักษาทุกคนครับ

ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก” …. จาก”ข้างหลังภาพ”….

 

สวัสดีครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s