Manager Talk 20120206

สวัสดีครับเพื่อนพนักงานทุกคน

          ครบแล้วครับ ครบหนึ่งปีไปแล้ว คลัฟ(ประเทศไทย)มีโรงงานประกอบแห่งนี้มาครบหนึ่งปีแล้วครับ มองย้อนวันเวลากลับไป เราผ่านอะไรมามากมาย หลายคนมาที่นี่ตั้งแต่ยังเป็นแผ่นดิน ต้นหญ้าสูงท่วมหัว พื้นดินที่ยังไม่ได้บดอัด และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยหนึ่งสมอง สองมือ ของแต่ละคน ค่อย ๆ ช่วยกันสร้าง ปรับปรุง และ ทำหลาย ๆ สิ่งให้เกิดขึ้นมาได้ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นตลอดเวลา นึกแล้วก็ยังอึ้งได้เหมือนกัน ว่าทีมงานซึ่งแรก ๆ ได้ถูกย้ายออกมาจากหน่วยงานสัตหีบ มาเจอกับทีมงานซึ่งหลาย ๆ คนทำงานเดิมอยู่ที่นี่ หรือ แถวนี้ แล้วสามารถสร้างผลงานออกมาได้”มาก”ขนาดนี้ ผมต้องใช้คำว่า”มาก” เพราะเรามาแบบเสื่อผืนหมอนใบจริง ๆ ไม่มีต้นทุนอะไรที่เอามาด้วย บริษัทสนับสนุนเงินลงทุนให้ แต่การที่จะทำอะไรให้มันเกิดขึ้นได้นั้น ต้องใช้ “สมอง” เพื่อสร้าง “ความคิด” และ “ลงมือทำ” โชคดีมากครับที่ทีมงานของเรานำเอา”สมอง”มาด้วยครบถ้วน เราถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ในวันนี้

เมื่อแรกเริ่มสร้างบ้านแปงเมืองนั้น หลายอย่างถูกกำหนด ทั้งมองไปข้างหน้า และ ย้อนไปเอาบทเรียนข้างหลังมาประกอบ ขั้นตอนการทำงาน ขั้นตอนการรับพนักงาน ฯลฯ หลาย ๆ ส่วนเหล่านี้ถูกกระจายความรับผิดชอบไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งทุกภาคส่วนก็นำไปต่อยอดและทำให้เป็นจริงขึ้นมาด้วยเวลาที่รวดเร็ว จริงอยู่ อาจจะมีข้อผิดพลาดไปบ้าง แต่การเรียนรู้จากข้ผิดพลาดเป็นสัญชาตญาณที่มีมานานแล้วของมนุษยชาติครับ เราสามารถคิดและวางแผนเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดนั้นเกิดซ้ำขึ้นมาอีก เผ่าพันธุ์เราไม่โดนเสือหมีคาบไปกินหมดก็เพราะเราเรียนรู้และสามารถสร้างวิธีที่ดีกว่านี่แหละครับ ผมหวังว่ากระบวนการเหล่านั้นจะยังคงอยู่ แม้เราจะมีคนมาเพิ่มมากขึ้น แต่รูปแบบและวิธีการต้องไม่เปลี่ยนนะครับ หลายคนทำงานเหนื่อยจนน้ำหนักลดลงไป ผมหวังงว่าน้ำหนักที่หายไปคงเป็นน้ำหนักโปรตีนในร่างกายไม่ใช่น้ำหนักสมองนะครับ

โครงการแรกที่เรารับเข้ามาทำก็คือ PNG Piperack ขณะนี้ก็ใกล้ความจริงมากแล้ว ใครเริ่มมาตั้งแต่ต้นจะรู้ว่ามัมมีการเปลี่ยนแปลงมากมายในโครงการ สิ่งที่ดี คือ เราได้มีการเรียนรู้มากมายเกิดขึ้น องค์ความรู้เหล่านี้ต้องถูกบันทึกและส่งผ่านไปยังรุ่นสู่รุ่น ปัญหามา ปัญญามี ภาษอังกฤษก็มีครับ ความรู้คือ Knowledge เมื่อรุ้มากเข้าเราก็เกิดปัญญา Wisdom ครับ อย่าปกปิกความบกพร่องใด ๆ เพราะนั่นเท่ากับเราแก้ปัญหาด้วยตัวคนเดียว นำเอาปัญหานั้นมาปรึกษากัน มุมมองต่อปัญหาก็มากขึ้น ประสบการณ์และความรู้ของคนต่าง ๆ ก็มากขึ้น การแก้ปัญหาก็จะเป็นการมองแบบรอบด้าน และ น่าจะสัมฤทธิ์ผลมากกว่าเมื่อนำไปใช้  หลาย ๆ โครงการที่ยังทำกันอยู่ตอนนี้ก็ยังคงมีความรู้ให้ต้องเรียนกันอย่างไม่สิ้นสุด ไม่มีใครรู้ไปหมดทุกอย่างและเก่งไปหมดทุกเรื่องครับ ในชั่วชีวิต 80 ปีของอายุคน ไม่มีใครสามารถรับความรู้มหาศาลที่บรรพบุรุษเราทำไว้ได้หมด นี่ยังไม่รวมความรู้ใหม่ ๆ ที่มีการคิดค้นกันออกมาอย่างต่อเนื่อง แค่เรา”หยุด” เราก็ถอยหลังแล้วครับ หลายคนเวลาพูดถึงความสามารถกันจะบอกว่า คนนั้น ป.ตรี ป.โท ฯลฯ แต่นั่นมันคือเมื่อสิบปีที่แล้วนะครับ รับกระดาษออกมาแล้วนั่งแช่ ๆ ไม่อ่านไม่หาความรู้ ไม่เรียนรู้ ไหลไปเรื่อย ๆ ไปวัน ๆ เวลาผ่านไป คุณถอยหลังไปอยู่ไหนไม่รู้ครับ เด็กใหม่ ๆ มาอย่าว่าแต่ข้ามหัวเลย เขี่ยเราออกนอกวงการไปเลยยังได้ครับ จงอย่าหยุดเรียนรู้ มองดูงานของเรา และสร้างความสงสัย ความคิดไว้ตลอดเวลา ไม่มีใครรู้ทุกอย่างหมดจริง ๆ ครับ เชื่อผมเถอะ

ด้วยสภาพการเงินที่ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่ตอนนี้นั้น บางครั้งการทำงานเราอาจจะกระโผลกกระเผลกไปบ้างก็ต้องคิดเผื่อเรื่องนี้ไว้ด้วยนะครับ การวางแผน ทั้งกำลังคน เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นเรื่องจำเป็น พวกประมาณว่าขอวันนี้ เอาเมื่อวาน เพราะงานต้องเสร็จอาทิตย์ที่แล้วนี่ ต้องขอจริง ๆ นะครับ เพราะนั่นแสดงถึงความหย่อนยาน ขาดการเอาใจใส่กับงาน ผมจะไม่บอกว่าใครต้องทำอะไร เพราะทุกคนมีวุฒิภาวะที่เพียงพอกันอยู่แล้วนะครับ ทำ”อย่างไร” เป็นเรื่องที่สำคัญ เช่นเดียวกกับ Work hard & Work Smart ครับ บางคนบอกว่า อยู่บริษัทฝรั่ง ต้องทำงานอย่างฝรั่งกลับบ้านตรงเวลา เงินดี วันหยุดหยุด ไม่ต้องตอกบัตร ฯลฯ แต่พวกฝรั่งมันแกวแบบนั้นพอได้รับอนุญาติก็จัดเต็มครับ มาสาย บ่ายหลับ กลับก่อน ชงกาแฟยังกับอยู่สตาร์บัค ขอโอทีแต่กลับก่อน (เพราะบอกว่าใช้ความรับผิดชอบ)แล้วมารับรองเวลาทีหลัง ลาสารพัดชนิด ผลงานไม่ต้องพูดถึง เป็นเพราะอะไรครับ เพราะเราเห็นฝรั่งทำ”อะไร” เราก็เอาบ้าง แต่ถ้าเรามองไปว่า ฝรั่งทำ “อย่างไร” ที่มีผลงานออกมาตลอด ข้าวปลาไม่กิน ทำงาน ๆๆๆ ประชุม ๆๆๆ คุยๆๆๆ ผลักดันงานมากมาย เขาทำได้อย่างไรในเวลา 8 ชั่วโมง มีใครเคยลองคิดบ้างครับ ?  สังคมเรายังมองที่เขาทำ”อะไร”กันมาก มองการ”รวย”ของคน โดยไม่สนว่าเค้าทำอะไรมาถึง”รวย” ? มันเป็นเปลือกครับ เปลือกที่เมื่อมดแมงหมาแมวมาฉี่รดก็หลุดร่อนไปแล้ว เราต้องมองไปที่”แก่น”ครับ แก่นซึ่งทำให้ไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่ได้นั้นสำคัญกว่ามาก

 

ขอให้ทุกคนรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมกับความสำเร็จของบริษัทฯในครั้งนี้ และ ก้าวไปพร้อม ๆ กับบริษัทฯในการมุ่งไปสู่ความสำเร็จในอนาคตต่อไปครับ

สวัสดีครับ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s