Manager Talk 20110517

คัดลอกจากอีเมล์ Manager Talk 20110517 (วิสาขบูชา)

สวัสดีครับเพื่อนพนักงานทุกคน

            หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยการค้นพบเครื่องจักรไอน้ำของเจมส์ วัตต์ ก็นำพามนุษย์เข้าสู่คลื่นโลกที่สอง เปลี่ยนจากสังคมเกษตรมาเป็นสังคมอุตสาหกรรม มีงานโรงงาน งานทอผ้า และ ทำผลิตภัณฑ์งานด้านยุทโธปกรมากมาย มีการต่อเรือ และ อุตสาหกรรมเหล็กขนาดใหญ่ ๆ ขึ้นมากมาย

            ผลจากการผลัดเปลี่ยนยุคในครั้งนั้น ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือ มีการสอนงานเกิดขึ้น มีการฝึกอบรม และ ถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้คนงานทำงาน เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด สมัยนั้นยังเชื่อว่า จ่ายมาก (ผลตอบแทนมาก) ผลผลิตต้องได้มากเป็นสัดส่วนกัน

            หลายปีผ่านไป เกิดผลลัพธ์ที่ว่า งานเดียวกัน เมื่อเปลี่ยนคนทำ หรือ เปลี่ยนสถานที่ทำ ปรากฏว่าผลงานไม่เหมือนกัน บางทีด้อยคุณภาพ บางทีได้มาตรฐาน ทำให้ต้องคอยมาตรวจเช็คกันให้วุ่นวาย เช่นปัจจุบันยังมีความเชื่อว่า ถ้าทองต้องห้างโต๊ะกังเท่านั้น เป็นต้น

            มีมนุษย์กลุ่มนึง ดำริขึ้นมาว่า ถ้าเราสามารถมีวิธีการใด วิธีการหนึ่งในการทำให้ผลผลิตมีคุณภาพที่คงที่ ไม่ว่าจะทำตอนกลางวัน หรือ กลางคืน โดยคนงานผลัดไหนก็ตาม หรือ ไม่ว่าทำในส่วนใดของโลก ก็ต้องได้งานเทียบเท่ามาตรฐานเดียวกันเสมอ….. นั่นคือ ที่มาของคำว่า “ระบบงานคุณภาพ”

            สมัยผมยังเด็ก พอมีคนพูดว่า คิวซี หรือ คิวซีซี ดูมันจะเป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ เหมือนกับผู้ที่ชี้เป็นชี้ตายงานการผลิตได้ ว่าจะให้ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน ถัดมาไม่นาน มีคำว่า คิวเอ เกิดขึ้นมาอีก โดยที่คิวซีคือ กลุ่มที่ดูแลเมื่อผลงานเกิดมาแล้ว ขณะที่คิวเอ คือ ผู้ที่คอยดูแลให้แน่ใจว่างานคุณภาพจะเป็นไปตามที่กำหนด ไปๆ มาๆ ก็มีคิวเอ คิวซี หรือ แยกกันไปมา ให้พองง ๆ กันไป

            เมื่อโลกเปิดเสรีมากขึ้น ๆ ผู้ระราน(แน่นอนคือคนตะวันตก) ก็จะตั้งค่ากำหนด เป็นเหมือนว่า ตัวเองต้องการงานที่มีมาตรฐานเท่าเทียมกัน แต่ที่จริงคือการสกัดกั้นไม่ให้โลกที่สอง และ สาม สามารถแข่งขันกับตนได้ ด้วยค่าแรงที่ถูกกว่า โดยการกำหนดว่า ใครจะมาค้าขายกับเขาต้องมีระบบคุณภาพ ISO หรือ ส.ม.อ. ต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่ว่าจะผลิตด้วยฉันทนา หรือ โฉมฉาย หรือ สมหญิง งานจะคงที่และ ไม่มีค่าคลาดเคลื่อนจากที่กำหนด ใครไม่ผ่านระบบนี้ พี่เค้าจะไม่คบค้าด้วย

            ผู้ประกอบการทั้งหลายตื่นตัวกันยกใหญ่ ใครอยากจะทำมาค้าขายในโลกกว้าง ต้องมีระบบ ISO และ ก็เป็นดังคาด มากกว่าสิบปีที่ผู้ประกอบการต้องเสียเงินทองไปจ้างที่ปรึกษามาทำการขึ้นระบบคุณภาพ เพื่อให้ได้มีตรามาติดหน้าโรงงานว่าบริษัทฯมีระบบงานคุณภาพ (แต่การทำงานจริง คงไม่ต้องพูดถึง) เมื่อมีผู้มีใบประกาศนี้มากขึ้น (หมายถึงมีใบประกาศฯไม่ใช่มีระบบงานคุณภาพจริงๆ ) ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายก็รวมหัวกันกำหนดอีกว่า ต้องมีระบบงานสิ่งแวดล้อม รักษ์โลก รักเด็ก และ ไม่เป็นมลพิษกับสังคม ฯลฯ ทุก ๆ คนก็แห่ไปหา ISO 14001 กันอีก ตอนนี้มี ISO หมื่นแปด ISO 19649 สำหรับงานรถยนต์ ฯลฯ คาดว่าในอนาคตอันใกล้ นามบัตรของทุกคนจะใหญ่เท่ากระดาษ เอสี่ เพราะต้องการพื้นที่ในการพิมพ์โลโก้มากมาย รอดูกันต่อไป

            ที่กล่าวมาทั้งหมดก็เพราะว่า บริษัทของเราก็มีระบบงานคุณภาพเช่นกัน ทุก ๆ ระบบ ทั้งงานคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และ งานความปลอดภัย ทั้ง ISO และ AS (Aus standard) ครบ เรียกว่าป้ายประกาศถ้าเอามาเรียงกัน คงประมาณผนังข้างนึงของสำนักงานเรานั่นเอง

            ขณะนี้เรามีงานทำอยู่สี่งาน ลูกค้าสี่เจ้า สองสามวันที่ผ่านมานี่ เราโดน NCR (Non Conformance Record) ไปสามเด้งติด ๆ NCR คืออะไร และ สำคัญอย่างไร NCR เป็นรายการซึ่งบอกว่า เราทำงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของงานคุณภาพ (non conform) นั่งคือ การประจานกลาย ๆ ว่า ทำงานไม่อยู่กับร่องกับรอย วันนี้ดี พรุ่งนื้ลืม ประมาณนั้น ในวงการมองว่าใครโดน NCR ถือว่างานคุณภาพมีปัญหา ต้องรีบเข้ามาทำการสืบสวน และ หาต้นเหตุ และ แนวทางแก้ไข ตลอดจนหาวิธีป้องกันการเกิดซ้ำ และ ทำการเฝ้าติดตามเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกจริง ๆ

            การได้รับสาม NCR ในสี่งาน ในเวลาสองวัน ถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดที่เราไม่อยากได้ แต่คงต้องรับไปเต็ม ๆ มันคือกระจกเงาอย่างดีที่สะท้อนกลับมาที่เราว่าเราต้องการการดูแลและแก้ไขกระบวนการโดยด่วน ผมเน้นว่า “กระบวนการ” เพราะงานคุณภาพหวังให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความคงที่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดทำงานนั้นก็ตาม เพราะ มีการรับประกันด้วย”กระบวนการ”ที่ถูกต้อง ย่อมทำให้”ผลลัพธ์”ถูกต้องเสมอ

            กลับมาลองทบทวน”กระบวนการ”ของเราให้ดี เราทำตามนั้นหรือยัง เราข้ามอะไรไปบ้าง และ เราจะทำอย่างไรให้กระบวนการเราคงที่ อย่ามัวแต่จ้องหาผู้ทำผิด เราไม่ฆ่าแกงกัน หาให้เจอว่ากระบวนการใด”ผิด” แล้วแก้ไขซะ ไม่ต้อง”แก้ตัว” เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะสรรหาคำพูดดี ๆ มากมายแสนล้านคำที่ฟังแล้ว”ดูดี” แต่ไม่มีการแก้ไขอะไรเลย แล้วผลลัพธ์มันจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

            ผู้ชนะ เรียนรู้จากความผิดพลาด ผู้แพ้เลือกที่จะโยนความผิดนั้นให้คนอื่น และ ปล่อยโอกาสที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นไปอย่างน่าเสียดาย…..อย่าทำอย่างนั้นนะครับ เราปรับปรุงมันได้….

สวัสดีครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s