ญี่ปุ่นวันที่ ห้า (28 Dec) ครอบครัวสุขสันต์

12 Mar 2011 : ภาคต่อของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น

เห็นภาพสึนามิที่นั่นวันที่ 11 แล้วน่ากลัวมาก ๆๆ

สอบถามไปทางโน้น ได้ความว่าทุกคนสบายดี แต่เค้าก็เป็นกังวลกันกับชะตาชีวิตของเพื่อนร่วมชาติ

กลับมาต่อเรื่องเก่า…

ตื่นขึ้นมาประมาณ 0900 น. อย่างสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ราคาโรงแรมไม่มี ABF อยู่แล้ว

ตามหลักแล้ววันนี้ เราต้องไปเมืองนารา เมืองหลวงเก่าเช่นกัน

แต่หลังจากหารือกันแล้ว เราคิดว่า เรากลับกันเลยดีกว่า ขี้เกียจเดินทาง ขี้เกียจหลงด้วย

นี่ถือว่าแหกแผนมั่ก ๆ เพราะนัดกูชิมารับที่สถานีรถไฟตอนเย็น หากกลับไปก่อน ต้องเสี่ยงตายกลับไปให้ถึงด้วยตัวเอง

ลงมาจ่ายค่าโรงแรมเรียบร้อย ก็เดินไปหาอะไรกินในย่านการค้ารอบ ๆ สถานีรถไฟใต้ดิน

ไปต่อแถวซื้อขนมแบบแยมโรล เพื่อเอาไปฝากคุณยายกะมิชิโกะ เห็นแถวยาวตั้งกะเมื่อคืน ตอนเช้า ๆ คนยังไม่ค่อยมาซื้อมากนัก

ไปกินข้าวที่ร้านเหมือนเบเกอรี่สักอย่าง แต่มีของแบบชุดอาหารเช้าขาย พร้อมกาแฟ

รสชาติอาหารก็ใช้ได้อยู่ กินกับกาแฟ ก็พอจะโอเค

แป๊วไม่กิน เลยออกไปเดินดูหนังสือที่ร้านแถว ๆ นั้น

สักพักก็กลับมา ได้ของมาอีกบาน….

นั่งรถไฟกลับตามเส้นทางเดิม แต่เริ่มคล่องขึ้นกับการซื้อตั๋ว

วันนี้วันทำงานวันสุดท้าย ก่อนที่เค้าจะหยุดยาว คนก็ยังคงพลุกพล่านเช่นเดิม

และ เหมือนเดิม เดินไปทางไหน ก็ยังไม่ได้ยินเสียงเพลงฉลองปีใหม่เลย เงียบ ๆ เช่นเคย

กลับมาถึงประมาณเที่ยง ๆ แป๊วไปเดินหาซื้อร่มเล็ก ๆ แบบพกพา

เดินผ่านมาถึงจุดจอดแท็กซี่ และ จะลองวัดดวงกลับกันด้วยแท็กซี่

แป๊วถามว่าชัวร์เส้นทางรึเปล่า

บอกว่า ทางน่ะชัวร์ แต่ใครจะพูดกับลุงเค้ารู้เรื่องล่ะ ลุงแก่ ๆ ยืนอัดบุหรี่ปื้ด ๆ อยู่โน่น

แอบถ่ายรูปการแยกขยะของญี่ปุ่นมา ถังขยะแบบนี้ มีทุกที่ และ คนแยกขยะกันอย่างมีระเบียบมาก ๆ

มีการก่อสร้างในบริเวณนั้น เค้าล้อมรอบบริเวณ และ มีการรักษาความสะอาด

ดูแล้วการก่อสร้างไม่รบกวนวิถีชีวิตของคนปรกติเลย

ตอนนั่งรถไฟผ่านๆ มา จะเห็นที่จอดรถเอกชนเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะบริเวณใกล้ สถานีรถไฟ

ที่นั่นคือ ใครไม่มีที่จอดรถ ซื้อรถไม่ได้

โดยมากก็เป็นรายเดือน และ ชำระเงินกับเจ้าของที่ จะได้รับตั๋ว หรือ ใบเสร็จมาแสดง

กูชิก็มีที่อยู่แปลงนึง ซึ่งทำที่จอดรถ แกพาไปดู

เราถามว่า ไม่เห็นมีคนเฝ้าเลย แกบอกทำไมต้องเฝ้า

เราก็บอกว่า อ้าง ใครก็เข้ามาจอดได้ดิ แกบอกเข้าไม่ได้ ไม่ได้จ่ายเงิน

เราถามว่า ยูจะรู้ได้งัย แกบอกว่า ไม่มีใครมาจอดถ้าไม่ได้จ่ายเงิน

เถียงกันไปมา ไอ้แป๊วสรุปว่า คนโกงกับคนไม่โกงคุยกัน ไม่มีทางเข้าใจกันหรอก …เออ ท่าจะจริง

ตัดมาที่แท็กซี่ ….

บอกลุงเป็นภาษาอังกฤษ ลุงไม่รู้เรื่อง และ ตอบมาเป็นภาษาญี่ปุ่น

แต่ขณะสนทนานั้น รถก็เคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ

จนเห็นดวงตาบรรลุธรรม คือ ทำมือเอา โดยการทำมือพุ่ง ๆ ไปข้างหน้า เลี้ยวทางไหนก็คอยทำท่าให้ลุงดู

วันนี้ยังจำคำนั้นได้ ..”มาสู้ ๆ ” แปลว่าตรงไป ตรงไป…

มาถึงจนได้ เก่งจริง ๆ ไม่หลง ไอ้แป๊วทึ่ง…

ลุงปล่อยลงหน้าบ้าน กดกริ่ง มิชิโกะลงมาประหลาดใจแบบเห็นผี ว่ายูมากันได้งัยวะ …

พี่ไทยซะอย่าง

คุณยายไม่สบาย ตอนเราไม่อยู่ต้องไปโรงพยาบาลแต่แกกลับมาพักผ่อนที่บ้านแล้ว

แป๊วลงไปเยี่ยม…

เที่ยงแล้วมิชิโกะจัดยากิโซบะให้กินอีก (รบกวนมาก ๆ )

เปรม….

หลังอาหารเที่ยงขอตัวนอนหลับพักผ่อน สบาย ๆ

มิชิโกะโทรไปบอกกูชิว่าไอ้พวกนี้กลับมาแล้ว ไม่ต้องไปรอมันที่สถานีรถไฟอีก…

นอนตั้งกะบ่ายสอง ตื่นสี่โมงครึ่ง…

พายุตั้งเค้ามามืดตื๋อ ลมแรง และ มีเม็ดน้ำแข็งเหมือนลูกเห็บตก

กูชิกลับมาแล้ว นั่งคุยกับแป๊วในห้องนั่งเล่น

แกบอกว่าพายุแบบนี้มีเรื่อยช่วงฤดูหนาว แต่จะไม่นานมาก เดี๋ยวก็หาย

ไม่ถึงชั่วโมง …ฟ้าใสเหมือนเดิม

วันนี้ ลูกสาวกูชิที่ชื่อนามิจะมากินข้าวเย็นด้วย

เดิมว่าจะกินที่บ้าน แต่เราเสนอว่าขอเป็นเจ้าภาพบ้าง และ ขอกินนอกบ้านดีกว่าจะได้ไม่เหนื่อยมิชิโกะ

ทุกคนจะมาพร้อมกันประมาณสองทุ่ม ยูตะ เลิกงานทุ่มนึง แล้วเดินทางกลับมา

ช่วงเวลาว่าง เราไปเดินที่ห้างสรรพสินค้ากัน

แป๊วจะไปหาซื้อ car seat ให้เปรม วางแผนจะหอบหิ้วกันไปจากนี่เลย

กูชิบอกว่าอดิศรอยากได้อะไร เราบอกว่าอยากได้ชุดนักเรียนผู้ชายที่ใส่แล้วเท่ห์ ๆ หน่อยแบบในหนัง

กูชิบอกว่าชุดแบบนั้นเป็นชุดอีกฤดูนึง ตอนนี้อาจจะมีขายแต่ไม่มาก และ ราคาอาจจะแพง

ลองไปเดิน ๆ ดู แม่งชุดละ 18000 เยน เกือบๆ หกพันโน่น แพงโคตร ๆ

เลยฝันสลายไป

ไปดูคาร์ซีท มีมากมายหลายออพชั่น เจ้าหน้าที่เป็นแบบป้า ๆ คนนึง

บริการถึงใจ ประกอบ อธิบาย และ เปรียบเทียบราคาให้แบบเต็มที่

ตกลงว่าเราต้องไปเช็คการบินไทยก่อนว่า เราจะเอาไปได้มั๊ย และ ขนาด น้ำหนักจะเกินรึเปล่า

นัดกันไว้ว่าพรุ่งนี้จะมาคอนเฟิร์ม…

กลับมาบ้าน เกือบสองทุ่ม นามิมาถึงพร้อมแฟนหนุ่ม มอนจิ…

ยูตะก็กลับมาแล้ว โกไม่อยู่บ้านวันนี้ มีไปเลี้ยงกับแฟนคลับฟุตบอล

 เราก็ออกไปกัน รถสองคัน

ขับตาม ๆ กันไปในเมือง พอถึงร้านที่จอดรถหน้าร้านเต็ม ขณะที่มีฝนตกปรอย ๆ

ดูก็รู้ว่าหนาวมากแน่…

เราเห็นที่จอดข้าง ๆ ที่ของร้านว่างอยู่ ชี้ให้กูชิดู..

กูชิไม่สนใจ ให้มิชิโกะฝ่าฝนลงไปถามที่ร้านก่อนว่าจอดรถได้ที่ไหน

กรูละเชื่อเลย…. ถ้าเป็นพี่ไทยกรูเสียบไปแล้ว..

ต้องวนรถไปอีกรอบ แล้วไปจอดที่ด้านหลังร้าน เดินฝ่าลมหนาวกันมาอีกประมาณร้อยเมตร

ร้านเป็นร้านเนื้อย่างยาคินิคุ อาหารอร่อยมาก มีหนวดปลาหมึกกระแด่ว ๆ ด้วย

มีการเอาเชื้อมาแล่บาง ๆ แล้วคลุกรัยบางอย่าง กินได้เลย

ไอ้แป๊วไม่กล้ากิน อดิศรฟาดเรียบ …

สั่งสาเกมากินด้วย

เด็กเสริฟคนนึงที่นี่ หน้าตาคือ ญี่ปุ่นในฝันเลย

ค่าอาหารเครื่องดื่มเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ตอนหลังเอาเงินให้กูชิ แกรับไว้แค่ 15000 เยน ประมาณห้าพันบาท

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย

แยกกันกับนามิและมอนจิ

กลับมาบ้าน กูชิติดลม จัดสาเกมากินหลายขนาน

เค้าแบ่งเป็นกินร้อน กินอุ่น กินธรรมดา ฯลฯ

เราบอก ไอไม่รู้หรอก ไอกินทุกชนิด …

แป๊วเอาของฝากออกมาให้อีก เป็นเลื้อจากจิม ทอมป์สัน

รูปช้าง สองคนดีใจใหญ่

มิชิโกะนั่งรอเจ้าโกจนม่อยหลับไป คาโซฟา

ไอ้พวกขี้เหล้าก็กินกันไปเรื่อย ๆ เลิกกันประมาณเที่ยงคืน

โกกลับมาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง…

ทักทายกันนิดหน่อย ก่อนแยกย้ายกันไป

นอนกันประมาณตีหนึ่ง…

(ยังมีต่อ…)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s