ญี่ปุ่น วันที่สอง (25 Dec) ตอนที่สอง (จบ)

10.01.2011 ความเดิมตอนที่แล้ว….

ถ่อร่างมาถึงปราสาท ประมาณเกือบเที่ยง ขึ้นลิฟท์ด้านข้าง ๆ ประสาท เพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง

ปราสาทนี้ มองแล้วเป็นแค่เปลือกเท่านั้น

เพราะทุกสิ่งอย่างข้างใน ล้วนตกแต่งและทำมาใหม่ทั้งสิ้น ติดฮีตเตอร์เรียบร้อย

จากลิฟท์ชั้นสอง ต้องเดินเข้าตัวประสาทหน่อยนึง ฝ่าความหนาวเข้าไป

พอเข้าปุ๊บ มีเจ้าหน้าที่มาไล่ต้อน แล้วก็งุงิ ๆ บอกกูชิ แปลได้ความว่า แนะนำว่าคนพิการให้ขึ้นไปยอดสุดก่อน (ชั้นห้า ต่อดาดฟ้า) แล้วค่อย ๆ ลงมาทีละชั้น

ใจกลางประสาทมีลิฟท์สองตัว แต่ละตัวมีที่กดแบบธรรมดาทั่วไป คือ ลูกศร ขึ้น และ ลง

และมีช่องลับสำหรับคนพิการ คือ ต่ำลงมาหน่อย แบบนั่งวีลแชร์กดได้ แต่มีฝาครอบปิดไว้

ทีแรกไม่เข้าใจ นึกว่าใครก็ขึ้นได้ พอเรากดช่องปรกติ ลิฟท์เปิด คนพิการ(อดิศร)เข้าก่อน กูชิ และ แป๊วตามเข้าไป มีเจ้าหน้าที่อยู่ในลิฟท์ คอยกดชั้นให้

เจอคนแรก เราเรียกว่าน้องโรบ็อท เพราะเธอหันหน้าไปยังปุ่มกด และพูด ๆๆๆๆ งุงิ ๆๆๆ ไม่มองหน้าใคร บ่นงึมงัม ๆ 

พูดจนลิฟท์จอดบนสุด พอออกมาถามกูชิว่า เธอบอกว่างัย(วะ) กูชิบอกว่า เธอบอกว่าลิฟท์นี้บริการนักท่องเที่ยวที่ลำบากในการขึ้นบันได

ชั้นสองเป็นอะไร ชั้นสามเป็นอะไร ไปเรื่อย ๆ ฯลฯ

เราก็งง ว่า มันพูดให้คนฟัง แต่มันไม่มองหน้าใครเลยเนี่ยนะ ทำได้เหมือนเด็กเซเว่นฯเมืองไทยจริงๆ พูดแบบไม่ต้องการคำตอบ

ชั้นบนนี้ ก็เดินออกไปชมวิวหน่อย แต่หนาวโคตร ๆๆๆๆ

ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย

 

เสร็จแล้วก็กลับเข้ามาเดินดูของไปเรื่อย ๆ

ทีเด็ดอยู่ตอนลง….

กูชิเดินมาที่หน้าลิฟท์ แล้วเปิดช่องกดคนพิการ กด ย้ำ ๆ สามที เราถามว่า สามทีทำไมวะ

กูชิบอกว่า น้องโรบ็อทบอกไว้ ถ้าสามทีลิฟท์จะมาจอด….

คนข้าง ๆ มากดลิฟท์อีกตัวข้าง ๆ รอจนเงก ลิฟท์ก็ไม่มา

พอของเรามา เปิดออกปุ๊บ มีน้องอีกคนโผล่มา(น้องโรบ็อทท่าจะไปชิ้งฉ่อง)

กูชิบอกว่า เรากดเรียกลิฟท์ น้องก็ทำท่าเชิญ ๆ เข้ามา (พิการมีอภิสิทธิ์)

ไอ้ฝรั่งข้าง ๆ ก็พลอยเดินเข้ามาด้วย น้องรีบพูดภาษาปะกิตอย่างสุภาพว่า คนธรรมดากรุณาใช้บันได

ฝรั่งก็ไม่ได้รู้สึกหน้าแหก ก็เดินออกไปโดยดี ….

จากห้าลงมาสี่

ก่อนออกจากลิฟท์ ก็ขอถ่ายรูปเธอไว้

เธอเปลี่ยนอิริยาบททันที ชูสองนิ้วฉับ ๆ

ก็เดินไปเดินมา มีชุดเกราะ ชุดนักรบ

หุ่นแสดงการศึกสงครามเมื่อสามสี่ร้อยปีมาแล้ว

ตะวันออกรบกับตะวันตก ที่บริเวณหน้าประสาทนี้ คนเป็นหมื่น ๆ พัน ๆ

ไม่รู้ตายไปมากน้อยเท่าไหร่

อย่างว่า ใครชนะ คนนั้นเขียนประวัติศาสตร์

 ค่อย ๆ ลงมาเรื่อย ๆ ทีละชั้น ๆ  (กดลิฟท์สามครั้ง ตามสูตรลับ)

จนมาครั้งสุดท้าย เจอน้องโรบ็อทจนได้

ขอถ่ายรูปซะหน่อย เพราะจริง ๆ น้องแกน่ารักนะ แต่ท่องมากไปหน่อย

งานนี้ ไม่ชูสองนิ้ว..

ออกมาจากประสาท ที่ชั้นสอง รปภ.มาต้อนให้ไปลงลิฟท์อีก (มันห่วงคนพิการจริง ๆ )

เป็นบทเรียนว่า ไปไหนอย่าลืมไม้เท้าเด็ดขาด มันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ

แป๊วเพ้อว่ามาถึงนี่ ต้องกินของอย่างนึง น่าจะชื่อ ทาโกะยากิ (ปลาหมึกในแป้งคล้าย ๆ ลูกชิ้น)

เราก็มานั่งรอที่หน้าร้าน กูชิกับแป๊วไปซื้อมาสองกระทง และไปหยอดเอาน้ำมากิน

กูชิเอาไม้จิ้มฟันจิ้มฉับ เข้าปากทั้งลูก…

เราก็เอาสิวะ จะไปยากอะไร เอาบ้าง แป๊วจะห้าม แต่ไม่ทัน….

แม่ง ….โคตรร้อนนนนนนน…. ฟันแทบร่วงหมดปาก

มันกินเข้าไปได้งัยวะ…

นั่งกินกันสักพักก็หมด…

พอจะไป กูชิรวบรวมของ ไปทิ้ง

เราก็รอตั้งนาน ว่ามันทิ้งรัยนานจังวะ

ที่ไหนได้ กล่องโฟม พี่เค้าเอาไปทางนึง

น้ำที่เหลือในขวด(พลาสติค) เอาไปเททิ้งก่อน แล้วเดินเอาขวดไปทิ้งตรงที่แยกขยะ

อดิศรกินกาแฟร้อน เป็นกระป๋อง ต้องเอาไปทิ้งอีกใบนึง…

แม่ง…ถ้าเป็นพี่ไทย เขวี้ยงตรงนั้น แล้วถลกตูดไปแน่นอน..

เดินค่อย ๆ  ย่อง ๆ ออกมาเกือบบ่ายสามพอมาไกลสักหน่อย วานเด็กวัยรุ่นแถวนั้น ถ่ายรูปให้หน่อยว่า เกือบเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ซะแล้ว

บันไดนี้ ลงมาแว้ววววว สูงโคตร ๆ

กะลังเดินผ่าน เจอป้าคนนึง อยู่ริมประตูทางเข้า ใส่สายสะพายแถบภาษาญี่ปุ่น ยืนนิ่ง ๆ

เราถามกูชิว่า แกคือใคร มาขอเงินเหรอ

กูชิเข้าไปคุยด้วย ปรากฎว่าแกเป็ไกด์อาสา พาทัวร์ปราสาทฟรี แกมีบัตรอาสาฯด้วย

เข้าใจว่ามาทำงานเพื่อความสุข เพราะกูชิว่าแบบนี้มีเยอะ ทำงานเพราะรัก ไม่ใช่มาขอเงิน

แต่ถ้าให้ก็ไม่น่าขัดนะ….ไม่รุ ไม่กล้าถามกลัวแกด่าเอา

ใกล้ ทางออก กะลังหนาวได้ที่ มีป้าอีกคน นั่งให้อาหารแมวอยู่

แต่แมวเนี่ยมันตัวขนาดการ์ฟิลด์ คือ อ้วนบั่ก….

ให้กูชิถามว่า ขอถ่ายรูปป้าหน่อยนะ

ป้าบอกให้ถ่ายแต่แมวเท่านั้น .. ซวยแล้วกรู เสือกถ่ายป้ามาด้วย….

น่าสงสารแกนะ คงจะเหงา หนาวจะตาย มานั่งเล่นกับแมว….

กลับมาที่รถจนได้ กูชิพากลับขึ้นทางด่วน…

แล้วจะพาไปที่ OSAKA Marine Youth Club ที่ทำงานของแก

แกดูจะภูมิใจที่จะพาไป…

เลยเออ ๆ ออ ๆ ไป เพราะวันนี้ แกจองห้องที่นี่ไว้ให้ เพื่อกิจกรรมเยาวชน !!!

พอไปถึง แกก็พาไปเจอสตาฟของแก ซึ่งกำลังพาเด็ก ๆ อายุหกขวบถึงสิบสองขวบมาเข้าค่ายกัน

แป๊วบอกว่า พ่อแม่มันปล่อยมาได้งัยวะ เมืองไทยเด็กหกขวบยังใส่กางเกงเองไม่ได้เลย…

จากนั้นก็พาไปดูตามห้องกิจกรรม..

เจอน้องเมกูมิ ปรี่เข้ามาคุยด้วยอย่างคุ้นเคย และ เด็ก ๆ อีกสองสามคน

เด็กก็คือเด็ก…กล้าพูด กล้าคุย

ทั้ง ๆ ที่คุยกันคนละภาษาเลย

เราก็เลยทนไม่ไหวถามกูชิว่า ไปมาตั้งหลายที่ไม่เห็นมีงานคริสต์มาสเลยอ่ะ

กูชิบอกแบบตีแสกหน้าเลย ว่า “เราไม่มีธรรมเนียมอ่ะ”…

อ้าว….เรานึกว่าที่นี่จ๋าสุด ๆ

แกบอกว่า นั่นมันโตเกียวมั๊ง ที่นี่เราไม่มี….

เราบอกว่า ถ้าเป็นเมืองไทยนะ จิงเกิลเบล ๆ ดังลั่นแล้ว….

กรรม…

จากนั้นกูชิพาไปดูห้องอาบน้ำ (ศูนย์นี้ อาบรวม)

ชายแยกกับหญิง

พอเปิดไปห้องชาย…พระเจ้า ..เปรตทั้งนั้น เด็ก ๆ สิบกว่าขวบ และ ห้าหกขวบ เล่นน้ำอุ่นกันอยู่เต็ม

เปรตตัวนึงวิ่งออกมาพูดกับกูชิ ประมาณว่าให้ผมช่วยรัยครับ

กูชิบอกว่า ไอ้นี่จะมาค้างที่นี่ แล้วจะมาอาบน้ำที่นี่ด้วย

เด็ก ๆ มันโค้งให้ คงจะรอดูเปรตอ้วน ๆ ตัวนี้ ฝันไปเหอะเมริง

กูชิบอก ถ้าต้องการส่วนตัว ต้องห้องด้านล่าง ตรงโรงอาหาร…

ตอบทันทีว่า กูต้องการส่วนตัว

แป๊วมาบอกทีหลัวว่า ของผู้หญิงก็แก้กันเหมือนกัน

สุดท้าย เราเลือกห้องด้านล่างทั้งคู่…

พอเข้าดูห้องได้ ก็เก็บของออกมา ไปหาข้าวกินกันก่อน

กูชิพาวน ๆ ไปร้านแถวนั้น เป็นอาหารสัญลักษณ์อีกอย่าง

ทาริปันยากิ (ถ้าจำไม่ผิด) เอาผัก มาคน ๆ กับแป้ง แล้วทอดไปบนกระทะ โปะด้วยหมู แฮม หรือ เนื้อก็ได้

เวลากินมีตะหลิวเล็ก ๆ ให้สองอัน ตัดเป็นคำ เข้าปาก

ก็อร่อยไปอีกแบบ

ที่นี่ เจอทีเด็ดอีกหนึ่งอย่าง กูชิถามว่า อดิศร กินเบียร์มั๊ย

เราก็บอก อ้าวยูขับรถนะ กินได้เหรอ

เค้าบอกว่ามีเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ เป็นที่นิยมมากที่นั่น

เราก็งง ไม่มีแอลกอฮอล์ จะเป็นเบียร์ได้งัยวะ

ว่าแล้วก็สั่งมา ลองกินดู

อืมมม ใช่จริง ๆ รสชาติเป็นเบียร์ เรอเอิ้กอ้ากเหมือนกัน

แต่ไม่มีแอลกอฮอล์ …!!! เอากะพี่แกสิ

พอหมดไปขวด กูชิถามว่า เอาอีกมั๊ย เลยบอกไปว่า พอเถอะ ขี้เกียจไปเยี่ยว ไม่มีแอลกอฮอล์จะกินไปทำซากรัยวะ…งง!!!!

กูชิวนมาส่ง แล้วบอกให้ไปจอยงานของเด็ก ๆ ในห้องกิจกรรม ทีแรกกะชิ่ง แต่พอลงลิฟท์มาแอบดู กูชิมันยังไม่กลับอีก

คงดักรอ ว่าไอ้สองตัวนี่จะมั่วรึเปล่า

เลยต้องเดินตาม ๆ ไปหาเด็ก ๆ ปรากฎว่า ห้องที่เจอเมกูมิเมื่อกี้ เปลี่ยนเป็นห้องซ้อมดนตรีที่อลังการมาก ๆ

มีวงออเครสต้ามาตั้งทั้งวง …มันย้ายมาจากไหนวะ

เมื่อกี้ยังไม่มีเลยอ่ะ…

มารู้ทีหลังว่า ห้องกิจกรรมมันย้ายไปชั้นอื่น ๆ อีก เราหาไม่เจอเอง

เลยเดินกลับห้อง..

ผ่านห้องสตาฟ กูชิ ยังโม้อยู่ไม่เลิก (มารู้ทีหลังว่ามีแผนพิเศษ)

ตอนนั้นนัดกันว่า พรุ่งนี้จะตื่นเจ็ดโมงกว่า ๆ แล้วลงมากินอาหารในโรงอาหาร กูชิจะมารับแปดโมงครึ่ง !!!

ต้องลงมาเป็นเพื่อนแป๊วอาบน้ำก่อน แล้วก็มาถึงคิวตัวเองบ้าง

น่ากลัวชอบกล …

แต่ก็ผ่านมาได้

สามทุ่ม ปิดไฟนอน ….(เมืองไทยทุ่มเดียวเอง) แต่ก็หลับไปจนได้

อากาศฮีตเตอร์อุ่นกำลังดี

ที่นอนสะอาดสะอ้าน และ เรียบร้อยมาก….

ถ้าเป็นแค้มป์บ้านเราไม่แคล้ว…..

ตกกลางคืนเสียงเด็กดังเจี๊ยวจ้าวลั่นตึกไปหมด ถ้าบ้านเรา คงคิดว่าลูกกรอก กุมารทองมาวิ่งเล่นอ่ะ…

จบวันที่สอง…

(ยังมีต่อ)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s