ญี่ปุ่น วันที่สอง (25 Dec) ตอนที่หนึ่ง

07.01.2011 วันที่สอง ในแดนปลาดิบ

ต้องเข็นพลังมานั่งเค้นกลั่นออกมาหน่อย กลัวว่าจะลืมซะหมด

วันนี้ ตื่นเช้ามาก (เก้าโมงครึ่ง คิดเป็นเจ็ดโมงครึ่งเองที่เมืองไทย)

กูชิคงคิดว่ามันนอนตายกันหมดแล้ว

เปิดม่านดูแว้บ ๆ เห็นยอดไม้ปลิวไหว ๆ แสดงว่าลมแรงมาก และ แน่นอน ต้องหนาวมากด้วย

ออกมาล้างหน้า แปรงฟัน ปรากฎว่าเจ้าของบ้านนั่งหาวหวอด ๆ รอกันจนเงกแล้ว

มิชิโกะ รีบกุลีกุจอจัดชุดอาหารเช้าให้

เป็นจานใครจานมัน มีของอย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่ครบห้าหมู่แน่นอน

ข้าวอีกถ้วย พร้อมซุปมิโซะอุ่นร้อนอีกหนึ่งถ้วย

ทีแรกนึกว่าเค้าจัดพิเศษ แต่ที่อยู่ไปอีกหลายวัน อาหารเช้าเค้าแบบนี้จริง ๆ

หนึ่งจานมีผักสลัดนิด ๆ ไส้กรอกเล็ก ๆ หรือ หมูทอดสองสามชิ้น ลูกชิ้นปลาสักชิ้นสองชิ้น

สาหร่าย สี่ห้าแผ่น (เค้าให้ห่อข้าวกิน) กล้วย สัก หนึ่งในสามลูก หรือไม่ก็องุ่นสองสามลูก หรือ ส้ม ครึ่งลูก ประมาณนั้น

เรียกว่าไม่มากไม่น้อย แต่ครบ (กลับมาน้ำหนักลงไปหน่อยด้วยซ้ำ)

ระหว่างกินข้าว กูชิเปิดม่านให้ดูอีกรอบ….แล้วชี้ไปข้างนอกยิก ๆ

พระเจ้า หิมะตก !! เป็นปรอย ๆ เล็ก ๆ

เค้าบอกว่าอากาศหนาวมันแผ่ลงมา นาน ๆ ช่วงนี้ถึงจะมีหิมะสักที แต่คาดว่าไม่มาก (เค้าว่างั้น)

แป๊วออกมาสมทบ แต่ไม่กินข้าว เล่นแต่ผลไม้ เลยฟาดไปสองชุด เปรม…

มิชิโกะ กระโดดดึ๋ง ไปชงกาแฟให้อีกเมื่อกินเสร็จ…สบายจริง ๆ ไอ้แขกหน้าด้าน

โปรแกรมวันนี้ เราจะไปประสาทโอซาก้า จุดสนใจของที่นี่ เรียกว่าไม่ไป คือ มาไม่ถึงกันไซ…

แอบถามกูชิว่ายูมากี่ครั้งแล้วอ่ะ แกว่า สิบครั้ง แป๊วบอกพวกไอคนไทยไปวัดพระแก้วกันคนละครั้งเองอ่ะ เชื่อเค้าเลย

แป๊วไปมาสี่รอบแล้ว แต่เที่ยวนี้ก็ต้องไปกันอีกรอบ…

ระหว่างทางกูชิพาแวะร้านร้อยเยนช็อป เคยได้ยินมานานแล้ว

แต่เพิ่งมาเจอของจริง มีขายทุกอย่าง แค่ร้อยเยน ประมารสามสิบสี่บาท

ประมาณบ้านเรามีตลาดนัดทุกอย่างสี่สิบเก้าบาทนั่นแหละ

มีของทุกอย่าง มีขายกระทั่งขอนไม้ให้ตัวด้วงเกาะ !!!

ระหว่างทางกูชิงัดบัตรเล็ก ๆ มาเสียบเข้าไปที่กระจกมองหลังรถ แล้วมันก็งุงิ ๆ ออกมา

ถามว่าอะไร ได้ความว่าเป็นบัตร ETC ซึ่งจะหักเงินบัญชีเราเมื่อเราใช้ทางด่วน

รถยนต์ที่นั่นจะทำกระจกมองหลังแบบนี้ เรียกว่าเหมือนกันทั้งประเทศ

เข้าทางด่วนไม่ติดเป็นแพอย่างบ้านเรา ผ่านไปเลย และ ไม่ต้องแวะข้างทางซื้อคูปองเป็นเล่ม ๆ ด้วย

ไม่เข้าใจทำไมเราทำไม่ได้ก็ไม่รุ…

โอซาก้าเป็นเมืองในอ่าว กระโดดไปมาระหว่างแผ่นดินกับทะเล

มีการถมทะเลมากมาย โรงงานสุดลูกหูลูกตา ใหญ่มาก

กูชิบอกว่าที่นี่มีสะพาน เจ็ดร้อยกว่าแห่ง

แต่ละอันก็อลังการมาก ๆ เห็นแล้วทึ่ง ว่าเค้าอยู่มาได้เป็นร้อย ๆ ปีได้ยังงัย

ระหว่างทางหิมะตกไปเรื่อย ๆ บาง ๆ ไม่มาก

รถก็วิ่งกันไปเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็ว

กูชิบอกว่า ระหว่างทางจะมีการจับความเร็ว เรื่อย ๆ

ใครเกินร้อย โดนปรับหลังอาน…

ดังนั้น รถจะไปกันเรื่อย ๆ ไม่เร่งรีบ สบาย ๆ

ถึงในเมือง ตึกรามบ้านช่องก็เหมือนเมืองใหญ่ทั่วไป ถนนมีการวางผังเมืองดี ตัดกันเป็นช่อง ๆ

ไม่ค่อยมีการเลี้ยวตัดกันไปมาแบบทุกทิศทางแบบบ้านเรา

ลักษณะจะเหมือนน้ำไหล คือ ไปข้างหน้า และ เลี้ยวออกทั้งสองทาง (เป็นวันเวย์)

ใครต้องการวนกลับ ก็ต้องขับรถวนไปอีกรอบ (ไม่มีการยูเทิร์น) ก็ดีเหมือนกัน รถไม่ติดมาก

กูชิวนกลับที่เดิมอยู่สองรอบ จนต้องแซวว่า นี่ยูหลง หรือ ต้องการให้ไอชมเมืองวะ..

แกยิ้มอาย ๆ แล้วบอกว่าหาทางเข้าจอดรถใกล้ ไม่ได้ (เพื่อคนพิการเช่นเมริง)

สุดท้ายก็ไปจอดได้ ตามฟอร์มเป็นตู้อัตโนมัติให้กด

ขากลับก็ต้องหยอดเงินเพื่อออก

ที่จอดไม่ใช่ขรี้ ๆ เห็นขาออกกูชิจ่ายเป็นพันเยน (มากกว่าสามร้อยบาทชัวร์)

จากนั้นเราก็ต้องเดินผ่านสวน แล้วไปข้ามคูน้ำที่ล้อมประสาท แล้วเข้าไปถายในบริเวณชั้นใน

จึงจะได้ถ่อไปที่ตัวประสาทอีกที รวมระยะทางก็น่าจะเป็นกิโล….

อดิศรเดินจนเหงือกแห้ง เพราะหนาว และ ไกลมาก…

แต่เดินไป คุยไปก็เพลินดีอีกแบบ

พอถึงหน้าประสาท ต้องซื้อตั๋วเข้าชม จำราคาไม่ได้

แต่พอจะขึ้นไป รปภ.วิ่งมาดัก แล้วชี้โบ๊ชี้เบ๊ เป่าปรี๊ด ๆ

สื่อความกันพอเข้าใจว่า คนพิการ ใช้ลิฟท์ด้านนอกอาคารได้..

วีไอพีอีกแระ ….พี่ยามตามมากดลิฟท์ให้พร้อมสรรพ เราก็ยืนแอ๊คไป….

เมื่อยแระ พอก่อน (ยังมีต่อ)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s