ห้าปีแล้วจร้า….

01.09.2010 เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก…
วันที่หนึ่ง กันยา ปี 2005 / ๒๕๔๘ เด็กรังสิตบ้านนอก ขับรถมาจอดที่จุกเสม็ด
แลกบัตร และ รายงานตัวเข้าไปทำงานวันแรก กับบริษัท คลัฟ ชิโนไทย ….
ตำแหน่งจ้าง Deputy Planning Manager
 
ก่อนหน้านั้น หนึ่งเดือน วันที่เลขตัวเดียวของเดือนสิงหา…
เพื่อนแวร์แจ้งไปว่า สนใจจะกลับเข้าวงการ(ก่อสร้าง) อีกไหม
หลังจาก หันหลัง หันข้าง และ หันหน้า ออกไปเกือบห้าปี
ช่างประจวบกับเวลาสมพงษ์กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตของวิศวกรอาวุโสพอดิบพอดี
  • ชีวิตคู่ล่มสลาย
  • พบกับวิบัติชีวิต จาก หัวหน้าสายตรง จนคิดว่าอยู่ไปก็ไร้สุข ไปดีกว่า (ความเชื่อส่วนบุคคล มีหัวหน้าเฮงซวย กรูไปดีกว่า)
  • ไม่อยากจะทำงานโรงงานเหมือนหุ่นยนต์แล้ว จำเจ และ จืดดดดดชืด

แวบมาสัมภาษณ์ ตอนต้นเดือน แล้วกลับไปลาออกเลย จบกันซะที

ผ่านไปห้าปี แผล่บ ๆ

พบเพื่อนฝูงมากมาย ทุกชนชั้น และสาขาอาชีพ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ล้ม ๆ ลุก ๆ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ

จูนกันได้ ก็คบกันยาวนานต่อเนื่อง จูนกันขาด ๆ เกิน ๆ ก็ค่อย ๆ จากกันไป

ผ่านหัวหน้ามากมาย จัดได้ว่า ใช้หัวหน้าเปลืองเชียวหละ

มีทั้งจากไปด้วยดี โดนบังคับจับโยน จำใจจาก และ ไปแบบไม่รู้ตัว

ไปแล้วกลับมาอีก ไปแล้วไปลับ มีครบทุกประเภท…

ลูกน้อง จากน้อยที่สุด (ทำคนเดียว) จนมากที่สุด มากกว่า ยี่สิบคน จนท้ายสุดและ สุดท้ายก็มาเหลือกันไม่กี่คน

ช่วงเวลาแห่งความสุข

ช่วงเวลาแห่งความหดหู่ ไม่ถึงกับเศร้า แต่สะเทือนใจ

สมหวัง และ ผิดหวัง คละ ๆ กันไป

ที่ชอบมากในการมาทำงานที่นี่ก็คือ ได้เรียนรู้งานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จับอันนี้ ไปอันโน้น จับอันโน้น กระเด้งไปอันนั้น

มีความรู้ต่าง ๆ มากมายให้ได้ศึกษา การได้ทำงานกับคนต่างชาติ และ ต่างวัฒนธรรม ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ

เห็นความคิด และ ความเห็นที่ต่าง ที่มาจากทัศนคติที่ไม่เหมือนกันกับเรา

เรียนรู้ที่จะยอมรับ และ ปรับปรุงกับความเห็นต่าง

มุมานะ และ ไม่ยอมแพ้ ที่จะทำงานอย่างทัดเทียมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น (แม้จะรู้ว่าจริง ๆ เราสู้เค้าไม่ได้จริง ๆ )

ทุกวันนี้ การทำงานก็ยังให้ความสนุกสนานอย่างต่อเนื่อง

ยังมีสิ่งต่าง ๆ ที่ยังอยากจะรู้ และ อยากทำอีกมากมาย

บางครั้งก็มีเบื่อ แต่เบื่อไม่ใช่งาน มันมาจากคนมากกว่า

ที่ไม่ชอบที่สุดเลย คือ การที่ทำอะไรลงไป หรือ การกระทำใด ๆ ที่เป็นการทำให้บรรลุผลดีแก่บริษัทไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

แต่ผลข้างเคียงของการกระทำนั้น ๆ ไปกระทบเข้ากับคนอื่นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งจะโดยตั้งใจ หรือ ไม่ตั้งใจก็ตาม หากไปก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับเขาแล้ว

จะรู้สึกไม่ดีเสมอ…

เราไม่ใช่เจ้าชีวิตใคร

เราไม่มีอำนาจเหนือใคร ในชีวิตจริง

ทำไมเราต้องไปทำให้เค้าเดือดร้อน…

เค้าเองก็ทำเพื่อตัวเอง บางคนมีครอบครัวต้องเลี้ยงดูอยู่ข้างหลังอีกหลายชีวิต

แต่งานก็คืองาน เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องยอมรับมันไป…

สัพเพสัพตา….อย่ามีเวรต่อกันและกันเลย

ที่สะเทือนใจและหดหู่ใจมาก ๆ คือ การที่เพื่อนร่วมอาชีพจำนวนหนึ่ง

ถูกชะตาฟ้าลิขิตให้เข้ามาอยู่ในวังวนของที่นี่ด้วยกัน

หลายคนหลงระเริงไปกับแสงสี และ มายา

งานสบาย เงินดี ฝรั่งไม่เข้มงวด และ วินัยหย่อนยาน

ถูกเปลือกของสิ่งลวงครอบบังตา ให้มองภาพต่าง ๆ บิดเบือนไป

คิดประหนึ่งว่าที่นี่คือสุดยอดวิชาของเขาเหลียงซาน

หยุดการเรียนรู้ และ ให้ทิฐิฝ่ายมืดเข้าครอบงำ

หลาย ๆร้อย หลายพันคนที่ต้องจากที่นี่ไป ติดแหง่กอยู่บนหอคอยจอมปลอม

ลงมาสัมผัสพื้นหญ้าเดินดินไม่ได้ อีกต่อไป

ชีวิตล้มเหลวทางอาชีพ และ การเงิน

ครอบครัวระหกระเหิน และ กระท่อนกระแท่น

มองเห็นด้วยความหดหู่ใจ บริษัททำร้ายคนเหล่านี้มากเกินไป

ให้เวลาเค้าแค่ปีสองปี แต่ทำลายเค้าไปอีกเกือบทั้งชีวิต

หลายคนจากไปเงียบ ๆ และ ไปยอมรับชะตากรรม …การคืนสู่ชีวิตสามัญ และ โลกแห่งความเป็นจริง

หลายคนยังทะนง และ โอหัง เผยอหน้าเหมือนลอยคออยู่ในบึงแหน เห็นปากจมูก พะงาบ ๆ

คอยปัดไล่จอกแหนที่เข้ามาใกล้รูหายใจของตนเอง

บริษัทต่อชีวิต และ ความหวังของพวกเราด้วยการต่อสัญญาเช่าที่ไปทีละปี ทีละปี

หลายคนผ่านวัยสามสิบไปแล้ว กะลังสร้างครอบครัว

ลูก เมีย บ้าน รถ และ ความชราของพ่อแม่ที่กำลังมาเยือน

ทุกอย่างต้องการปัจจัยเดียวกัน คือ เงิน

สถานการณ์ของงานก่อสร้าง และ แรงงานกำลังย้ายฐานไปจีน และ เวียตนาม

เหมือนเมื่อครั้งก่อนเก่าที่มีการย้านฐานงานทอผ้า และ สิ่งทอออกไปจากเมืองไทย

เวลาจอมปลอมเหลือน้อยลง แต่หลายคนยังไม่รู้ตัว…

เหมือนลูกครอกของปลาช่อนที่ถูกทำให้น้ำร้อนขึ้นช้า ๆ แบบไม่ทันรู้สึกตัว

พอเริ่มกระสับกระส่ายเพราะความร้อนที่มากขึ้น ผักบุ้งก็ถูกโยนลงไป

ตัวไหนใกล้รูผักบุ้งก็รีบเข้าไป เข้าก่อนอยู่ก่อน ไม่สนใจตัวข้างหลัง เรื่องของเอ็ง

ท้ายที่สุด แกงส้มผักบุ้งหม้อนั้นก็ถูกปรุงขึ้นมาจากลูกครอกทั้งครอกนั่นเอง

นั่นแหละ คือ สิ่งสะเทือนใจที่สุด ที่ไม่อยากเห็นและเจอ

การเคี่ยวเข็ญและ ผลักดันคนข้างเคียงเกิดมาจากความหดหู่ใจนั้น

อยากให้ทุกคนยืนได้ วิ่งได้ และ ลุกได้เองหากต้องล้ม

หลายคนเข้าใจไปอีกแบบและ ใช้ทัศนคติด้านมืดมาชี้นำพฤติกรรม

พวกนี้ก็ต้องจากกันไป

หลายคนยอมรับได้ และ ทำให้เห็นว่าความคิดนี้เป็นประโยชน์กับตัวเค้า

ความสุขที่ได้รับก็คือ การที่ได้เห็นว่า เมื่อต้องแยกย้ายกันแล้ว เค้าเหล่านั้นสู้ชีวิตต่อไปได้ และ ค่อย ๆ เติบโตไปได้เองอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง

ไม่ใช่เพราะเรา แต่เพราะตัวเค้าเอง…

สุขนั้นนิรันดร…

ย้อนกลับไปมองห้าปีที่ผ่านมา มิตร ศัตรู มากมาย

เพื่อนฝูง ทยอยจากไป…

ที่ยังอยู่ก็ สลดหดหู่กันไปตามสภาพ

 

อนิจจา…ห้าปี…

เหลืออีกกี่ปี…..

 

จบ

 

Advertisements

4 responses to “ห้าปีแล้วจร้า….

  1. ขอบคุณที่คอยสอน และผลักดันคร้าบป๋มปล.รูปสุดท้ายเปลี่ยนเหอะ หน้าเศร้างัยไม่รู้อ่ะ

  2. เพราะคำสุดท้ายคือ ….เหลืออีกกี่ปี(ชีวิต)มันก็ต้องเศร้าหน่อย

  3. ห้าปี แห่งความทรงจำ..

  4. สูงสุด สู่ไม่เหลืออะไรเลย เผลอๆ ความทรงจำก็ไม่เหลือ แฮ่ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s