การศึกษาไทย..ไป(ทาง)ไหน

29.08.2010 วันสบาย ๆ ที่ไม่ค่อยจะอยากสบาย…
อ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า มีหัวเรื่องการศึกษาของไทย…
 
มีคนตั้งคำถามว่า คิดอย่างไร ที่ตอนนี้ มีมหาวิทยาลัยหัวเมืองเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด
เมื่อก่อนก็ค่อย ๆ ตั้งกันขึ้นมา
ตอนนี้มีโฆษณากันโครมคราม ว่าเปิดหลักสูตร ป.โท ป.เอก
มีทั้งแบบธรรมดา เร่งรัด สมทบ ภาคพิเศษ และ ภาคพิศดาร
เรียนธรรมดา เรียนเย็น เรียนเสาร์อาทิตย์ เรียนอาทิตย์ และ ไม่ต้องมาเรียน(ก็ได้)
ทำวิทยานิพนธ์ ไม่ต้องทำ หรือ ทำบ้าง ไม่ทำบ้างก็ได้
 
หากที่ทำงานอยู่ไกล ก็ไปเข้าศูนย์ เหมือนห้องอบรมขายตรง ตามโรงแรมหัวเมือง
 
เคยได้รับการติดต่อครั้งหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของภาคตะวันออก
ให้ไปลองฟังการบรรยายที่โรงแรมสตาร์ก่อนตัดสินใจเข้าเรียน
เราถามค่าใช้จ่าย …
ได้คำตอบประมาณว่า สามแสน ครบทั้งหลักสูตร รวมตำรา และ ค่าเดินทางไปดูงาน
ถามอะไรต่อไปอีกนิดหน่อย จนได้คำตอบว่า ถ้างานไม่ว่าง และ ไม่อยากทำวิทยานิพนธ์
ก็เอามาอีกห้าหมื่น ได้วุฒิแน่นอน..
พระเจ้า…
อีกหน่อยคงเจอคนปริญญาโทเดินกันเกลื่อนเมือง !!!
 
มีผู้รู้อธิบายให้ฟังเรื่องนี้ว่า
เมืองไทยเราไม่ได้คิดที่จะสร้างคนด้วยการศึกษาจริง ๆ
เราเลี่ยงไปใช้คำว่า "เปิดโอกาสทางการศึกษา" นั่นคือ
การกระจายการกระจุกตัวของการเรียน การเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาออกไป
ให้เข้าไปใกล้คนทุกที่ ทุกระดับนั่นเอง
แต่การที่คนเหล่านั้น จะใช้วิจารณญาณในการเข้าเรียน เป็นเรื่องของตนเอง
ฉะนั้น ถ้าเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ คิดว่าปริญญาคือเรื่องใหญ่ ก็จะเสือกไส ไล่ส่ง
และ วิ่งไล่เอาปริญญาไปคุยข่มกัน
จบตรี ก็ต้องไป โท จบโท (ต๊อง) ก็ต่อเอก…
จบเอก แล้วไปนั่งเล่นในห้องเรียนภาษา
พอพ่อแม่ตายแล้วค่อยเริ่มหางาน …!!!
เพราะเรียนมาสูงเกินจนถอยไปทำงานที่ (คิดว่า)เงินเดือนถูกไม่ได้
 
บางคนเสือกไสไล่ส่งลูกให้เรียนเข้าไว้ เพราะกลบปมด้อยของตนเอง
คิดว่าที่ตนเองลำบากทุกวันนี้ เพราะการศึกษา
แต่ไม่ได้มองว่าเพราะทัศนคติ และ วิธีการใช้ชีวิตต่างหาก ที่จะพาให้ชีวิตลูกไปลำบากเหมือนตนเอง
 
มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีอิสระ ในการเร่งรีบสร้างวัตถุ และ สิ่งปลูกสร้าง
เพื่อทำให้ตัวเองดูทันสมัย
เรียกเก็บเงินจากเด็กเพิ่มขึ้น ๆ พ่อแม่ก็ต้องขวนขวายมาให้ อย่างไม่สิ้นสุด
เร่งสร้างกันจนตึกถล่มไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
บางมหาวิทยาลัย ถ้าเรียกคนทุกชั้นปี มารวมกันในวันเดียวกัน
คิดว่าห้องเรียนไม่พอแน่นอน…
 
การกระจายการศึกษา การเปิดกว้างทางการศึกษา
คำพวกนี้ดูดี และ การให้คำแนะนำว่า เรียนแล้วไปทำอะไร
งานการมีพอหรือไม่
ตลาดต้องการแรงงานแบบไหน
รัฐฯยังทำการบ้านไม่พอ
 
ผู้ประกอบการมีหน้าที่รับเด็กเข้าไปในกลไกของตนเอง
แล้วลงทุนในการสอนงานไปอีกประมาณ 40% ของรายได้ทั้งปีของคนนั้น
นั่นคือต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบก
กอปรกับเจอผู้ประกอบการบางรายที่ระบบงานบุคคลห่วยแตก…
การรับคน และ สอนงานไม่รู้จัก…
ทุกคนต้องอยู่ และ สร้างงานเอาเอง ตามมีตามเกิด
เป็นที่น่าเวทนา ว่า สักวันหนึ่งหากงานหมดลง
ความรู้อะไรที่ยังอยู่กับตัวบ้าง
ป.ตรี ป.โท หรือ ป.เอก…เท่ากันหมด
คือ โง่เท่ากัน
 
ทำยังงัยดี…(อนาคตของคนอื่น)
 
ฝากไว้ด้วย..
 
จบ
Advertisements

One response to “การศึกษาไทย..ไป(ทาง)ไหน

  1. ไม่กล้าคุยเรื่องนี้ กลัวของขึ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s