มีที่เรียนไม๊…

20.06.2010 มีเพื่อน (อีกแล้ว) มาชวนคุย และได้ข้อคิดใหม่ ๆ ต้องเอามาบันทึกไว้หน่อย
 
 
เพื่อน (ผู้อาภัพ) ตั้งต้นคำถามว่า
"สมัยเราเด็ก ๆ เวลาเรียนอะไรแล้วไม่เข้าใจ หรือ อยากเก่งกว่าเพื่อน ๆ ในชั้น เราก็ขอพ่อแม่ ไปเรียนพิเศษ ไปติว ไปโน่น ไปนี่"
"พอเราได้ไป ก็กลับมาได้ผลเลย ครูถาม ตอบได้ (เพราะครูเอาเนื้อหาข้อสอบมาบอกก่อน) รู้สึกดีขึ้น เก่งขึ้น"
คำถาม "เวลามาทำงานแล้ว รู้สึกว่ารู้น้อย ไปไม่ไหว ไม่ทันเพื่อน และ อยากรู้ไปข้างหน้า ต้องไปหาเรียนที่ไหนวะ…"
 
เป็นคำถามที่น่าจะตรงใจหลาย ๆ คน และ เด็ก ๆ สมัยใหม่ทั้งหลายที่เกิดมาในยุค ไวไวควิก เติมน้ำแล้วแดกเลย ไม่ต้องล้าง ไม่ต้องต้ม แดกเสร็จ เสด็จไป….
 
ตอบไปประมาณสุภาพชน ควรจะพูดกันว่า…
ข้อแรก ใครเป็นเรากับเมริง กรูไม่เคยเรียนพิเศษ ยกเว้นตอนมากวดสุดท้ายเอ็นท์ฯรอบสอง
ข้อสอง กรูไม่เคยขอพ่อ แม่ กรูไปใช้เงินเพิ่ม เพราะ พ่อแม่กรู ไม่มีให้กรูคนเเดยว น้องกรูมีอีกตั้งสองคนที่ต้องใช้เงิน พี่กรูยังต้องไปเป็นทหาร ใช้เงินหลวงเลย…
ข้อสาม กรูรู้สึกเฉย ๆ ที่ครูถามแล้วตอบได้ และ ก็เฉย ๆ ที่ถามแล้ว ไอ้พวกเรียนพิเศษตอบได้ เพราะ กรูเข้าใจมันก็พอ
ส่วนข้อสี่ ….ยาว….
น้อยคนที่จะรู้สึกว่าการมาทำงานคือ การมาเรียนรู้
เพราะคิดว่า มาทำตามหน้าที่ ๆ จะเอาเงินเค้า
อันนี้ ต้องย้ำว่า ยกเว้นบางคนเท่านั้น (อันจะกล่าวต่อไป…)
พอประเมินค่าของงานเป็นเงินเดือน ประกอบกับมีมิจฉาทิฐิเข้าครอบงำ
แบ่งพรรค แบ่งพวก งานชั้น งานเธอ
เธอดี ชั้นดีกว่า เธอชั่ว เรื่องของเธอ ฯลฯ
ก็จะเริ่มปิดกั้นตัวเอง พองานของานวานมา ก็บอกว่า ไม่ว่าง
ปิดโอกาสการเรียนรู้ของตัวเองอย่างน่าเสียดาย
นอกจากไม่ทำแล้ว ถ้าหากใฝ่รู้ก็ต้องศึกษาว่างานที่มีอยู่ คือ อะไร ทำอย่างไร มีเทคนิคอย่างไร
จะทำให้ดีขึ้นอย่างไร ..ไม่…
คุยโทรศัพท์ ส่งอีเมล์(ที่ไม่มีคนอ่าน) ทะเลาะกับแฟน ฯลฯ
เชื่อเสมอว่ากรูจบปริญญา ดีกว่าปวส. จบปวส.ดีกว่า ปวช. ฯลฯ
จริงเหรอ ใจคอจะใช้ความรู้ (ที่ไม่ค่อยเรียน) ที่กระเสือกกระสนเรียนมาสี่ปีเนี่ย ใช้งานไปทั้งอายุการทำงานเกือบสี่สิบปีเนี่ยนะ
อีกสี่สิบปีข้างหน้า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยเหรอ
 
นั่นคือ ที่คนส่วนมากคิด
พออายุเริ่มมาก เริ่มต้องรับไหว้คนใหม่ ๆ ที่เข้ามา
เรริ่มรู้สึกว่า ทำไมเด็กใหม่ ๆ นี่มันคล่องจัง
อยากจะรู้ ช่วย"บอก" หน่อย บอกนะ ไม่ใช่สอน
เพราะชั้นมีฟอร์มแล้ว จะให้เด็ก ๆ เห็นเป็นของโบราณไม่ได้..
แล้วก็จะนำมาซึ่งคำถามแบบเดียวกับแก….คือ ที่ไหนมีให้เรียนบ้าง..
 
อพิโธ่ถัง กะละมังแตก…ก็เค้าให้เมริงมาเรียนอยู่ทุกวัน เมริงไม่เรียน
เมริงนึกว่ามากองถ่ายละครช่องเจ็ดรึงัย
อิจฉา ตาร้อน ตบตี ฯลฯ พอผกก.สั่งเลิกกองก็กลับบ้าน
ใครจะสอนเมริงได้ล่ะ เมริงมันแนวไวไวควิกๆๆๆๆๆ
แนะนำได้อย่างเดียว เมริงต้องอยู่รอเด็กอีกเจนเนอเรชั่นนึงออกมาก่อน
เพราะได้พวกนั้นมันจะเป็นไวไวซูเปอร์ควิก ไม่พูดไม่จากับคน
ปรับอารมณ์ไม่เป็น และน่าจะสร้างความประสาทแดกให้กับนายจ้างได้มากกว่า
วันนั้นแหละ เอ็งจะมีค่ากับองค์กร
ปรับตัวไว้ให้ได้ละกัน
แล้วก็เตรียมตัวรับกับเจ้านายที่จะมีอายุลดลงไปเรื่อย ๆ
ตามสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้นำยุคใหม่ คือ คนที่ปรับตัวได้ดีกว่า และ มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
พวกเรามันตกยุคแล้ว
จากที่เคยรับไหว้ ก็เตรียมตัวยืนกุมกะเป๋ง คอยไหว้เค้ากันเถอะ
เออ…แต่ว่าผู้นำใหม่ ๆ อาจจะไม่ชอบคนเชลียร์อีก…ทำงัยดีวะ…เฮ้ออออ
 
(ต่อจากข้างบน) เคยเจอเด็กในไลน์ผลิต จบป.หก
หนีตามผัวมาจากบ้านนอก เป็นเด็กบ้านนอกแท้ ๆ
พูดจามีจ้ะ มีจ๋า อาศัยอ่านออก เขียนได้ เค้าให้คอยส่งรายงาน
วันร้ายคืนร้าย คนสโตร์ขอตัวมาช่วยรับของนับของ
เธอคนนี้ ทำงานอย่างบ้าคลั่ง ทั้งแบก นับ เช็คแล้ว เช็คอีก
จด แปะ ตัด ทุกอย่าง จนว่าง (เพราะแม่งทำไม่หยุด)…
ไอ้หน.สโตร์ที่ขี้เก็กเลยจัมานั่งคีย์ข้อมูล (ที่หัวหน้าไม่อยากทำ)
เด็กมันก็ทำ ๆๆๆๆๆๆๆ แล้วมันก็ไปเรียนพิมพ์ดีด ตอนเย็น
สักพักเขาก็ให้มันเป็นพนักงานคีย์ข้อมูล มันก็เหนียม ๆ เพราะเพื่อนๆ ในไลน์ก็คอยมาแซว ๆ
แต่แฟนก็ยืดด เพราะกรูมีเมียเป็นเสมียนแล้วเว้ย….
 
สบช่องเด็กก็มาขอลาไปเรียนต่อ กศน. ตั้งกะม.สาม ต่อ เป็น ม.หก
ท้ายสุดที่รู้ เด็กมันไปเรียนเอาป.ตรีวันเสาร์อาทิตย์ด้วย
ขณะที่งานที่เก่ามันก็ยังทำอย่างบ้าคลั่ง ตอนหลังเรียนรู้งานสโตร์อินเวนทอรี่
สั่งของ เคลมของ และก็ไปทำบอม(บิล ออฟ แมททีเรียล) และ วางแผนการผลิต …
ตั้งกะมันมีชีวิตผ่านไปนั่น มันไม่เคยถามสักคำว่า พีคะ จะปรับเงินให้หนูมั๊ยคะ ถ้าหนูต้องทำงานเพิ่ม..
หรือ จะให้โอทีหนูมั๊ย ฯลฯ
มันได้ปรับครั้งเดียวตอนจบปวส. คือปรับตามวุฒิพวกป้า ๆ ที่เป็นป.ตรีทั้งหลายหมั่นไส้กันใหญ่ บอกว่ามันเล่นเส้น
เอาเต้าไต่ ว่าไปโน่น…
เส้นห่าอะไร…มันทำงานซะขนาดนั้น ถ้าไอ้ระบบงานบุคคลมันไม่ยึดตึดเรื่องวุฒิละมึง ต้องเป็นลูกน้องมันกันหมดแหละ…
ยังไม่รู้สำนึก…
 
ทั้งหมดเพราะว่า มันทำงานแบบเห็นอนาคตตัวเอง จากต่ำต้อยไปสูงขึ้น รู้มากขึ้น มากขึ้น
และมันก็สนุกกับการทำงานเยอะ ๆ คิดวิธีที่จะทำให้เร็ว และ ดีตลอดเวลา
ก่อนจากกันมาบอกว่า "เธออาจจะโตที่นี่ไม่ได้ เพราะ ทุกคนรู้เบื้องหลังเธอ และ ไม่มีใครยอมรับเธอแน่ที่จะมาเป็นหัวหน้า…ไปหาชีวิตใหม่ซะ…ตั้งต้นด้วยวุฒิป.ตรีที่เธอมี เธอมีความสามารถเพียงพอแล้ว…"
เด็ก.." พี่คะ …หนูไปจากที่นี่ไม่ได้…หนูเกิดจากที่นี่ หนูคิดถึงเพื่อนในไลน์(ที่ยังได้วันละ ร้อยแปดสิบอยู่).. และ อีกอย่างแฟนหนูก็อยู่นี่…"
 
เรา "ก็หาแฟนใหม่สิ….จะยากอะไร…"
 
ไม่รุป่านนี้เด็กมันได้ผัวใหม่ไปยัง….
จบ…
 
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s