ทำในสิ่งที่อยากทำ….เมื่ออยากทำ..

07.06.2010 ทำสิ่งที่อยากทำ..
เห็นบทความนี้ ในที่ไหนสักที่ จำไม่ได้ ฟอร์เวิร์ดมาเก็บไว้ และก็นำมาแปะไว้นี่เป็นที่ระทึก
เนื้อความเป็นแบบที่เราเคยเห็นทั่ว ๆ ไป
บางคนเอามาทำเพาเวอร์พอยท์ บางคนเอามาใส่สีสรรในฟอร์เวิร์ดเมล์ …
เรื่อง คือ
 

ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ

 

http://www.tpif.or.th/board/news_showimage.php?table=data&No=130

บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย……. อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…..
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น …… จากนี้ไป …… ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ …… โอกาสที่พิเศษสุด …… แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ ….. อยาก
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น …….
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า ……. สักวันหนึ่ง …….. ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
….. และเวลานี้ ….
ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะ copy ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน …… แล้วคิดว่า …. สักวันหนึ่ง ….. ค่อยส่ง..
จงอย่าลืมคิดว่า …. สักวันหนึ่ง ….. วันนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้


ที่เอามาแปะไว้ เพราะโดยส่วนตัวก็พบว่าคนรอบๆ ตัวเราหลายคนเป็นแบบนี้ ประเภทใหญ่ ๆ บิ๊กบึ้ม เลยก็คือ

หนึ่ง … ไม่แสดงความรู้สึกของตัวเองออกไป เช่น ไม่บอกว่าอยากกิน อยากทำ หรือ ต้องการให้ใคร หรือ แม้กระทั่งตัวเอง ทำอะไรให้ หรือ ทำอะไร… ออกแนว กลาง ๆ คือ อะไรก็ได้ และ ก็มีแนวทางหาทางออกเสมอว่า เกรงใจ…

การแสดงความรู้สึกของตัวออกไป ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เกรงใจ เราแสดงความต้องการ ความรู้สึกออกไป แล้ว ขณะเดียวกัน เราไม่อยากรบกวนใครเช่นกัน เราก็ค่อยใช้การแสดงออกถึงความเกรงใจได้เช่นกัน การไม่แสดงออกถึงความรู้สึกออกไป ถ้าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน หรือ คนคุ้นเคยก็ไม่มีปัญหา เพราะเข้าใจกันทุกขณะจิต แต่ถ้าเป็นคนละความถี่ล่ะแย่เลย เพราะ ถ้าคนอื่นเอาแต่ทำตามความต้องการของเขา เราก็แอบคิดว่า "ไม่เข้าใจกรูเลย" "เห็นแก่ตัวมั่ก ๆ " ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่เค้าไม่รู้เรื่องเลย แต่ถ้าต่างฝ่าย ต่างถามกันไปมา ก็จะสร้างความชุลมุนชุลเกได้มั่ก ๆ

 

ตัวอย่าง ไปกินข้าวกันสี่ คน

เด็กเสริฟ : รับรัยดีครับ….

คนแรก : เอารัยดี จานเดียว หรือ กับข้าว

สามคน : เงียบ

"กับข้าวนะ เหมือนเดิม เอาไข่เจียวหนึ่ง ที่เหลือคนละอย่าง"

คนที่สอง … "ไข่เจียวเหรอ…แหม.."

"อ้าวไม่เอาเหรอ เอองั้นสั่งให้ด้วยละกัน"

"ไม่เป็นรัย …เอาก็ได้" (ย้ายการตัดสินใจไปไว้คนที่สอง)

คนที่สอง "เอากระเพราไก่ เออ เธอกินไก่มั๊ยอ่ะ"

คนไม่กินไก่… "ไม่เป็นรัย …เอาเหอะ "(ในใจคิด แม่ง หารเท่ากันกรูกินได้สามอย่าง) "งั้นเราเอากระเพาะปลาผัดแห้ง(เอาแพง….ขอคืน)

คนที่เหลือ… "เราเอาผัดผักรวมมิตร… และ ก็โค้กลิตรขวด" (เนียน)

คนที่สอง "เธอ ๆ ส่งกระติกน้ำให้หน่อย "

"อ้าว ไม่เอาโค้กเหรอ "

"ไม่เป็นรัย…."

จากการสนทนาคร่าว ๆ นี้ ทั้งสี่คนไม่มีใครได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเลย แต่การกินเกิดขึ้นเหมือนเดิม เพียงแต่กลไกการตัดสินใจนี้ เกิดขึ้นเร็วมาก … ยิ่งสนิทกัน ก็จะรู้ใจกัน แต่ถ้าห่าง ๆ กัน ก็จะเงียบ แล้ว "ทน"เอา…. ง่าย ๆ นิดเดียว คุยพูดสิ่งที่เรารู้สึก เข้าใจออกไป แล้วดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น พูด และ ทำ บ่อย ๆ เราก็จะทำได้อย่างคล่องแคล่ว และ ไร้ที่ติ…สบายใจ

ไม่ได้รู้สึกว่าโดนเอารัดเอาเปรียบอีกต่อไป ไม่ต้องน้อยใจ และ ไม่ต้องรันทดอีกต่อไป

ฝึกครับ ต้องฝึกครับ พี่น้อง หัดเสนอ หรือ ยื่นความต้องการของเราออกไปเสมอ ๆ จนไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก

แต่ว่าการแสดงความเห็น และ ความรู้สึกต้องไม่ก้าวร้าว และ กระทบความรู้สึกคนอื่นมากไป…(ใช้ EQ)

ส่วนชนิดที่ สอง … คือ พวกที่"ยอม"ให้คนอื่นมาครอบงำตัวเอง ทั้งๆ ที่ใจเราไม่อยากเป็น หรือ อยากทำอย่างนั้นเลย แต่ต้องทำ…

อันนี้ยกเว้นสิ่งที่ต้องทำตามจริยธรรม มโนธรรม และ หน้าที่ของมนุษย์ที่ดี เช่น พาพ่อแม่ไปหาหมอ ฯลฯ

แต่ที่พูดถึงนี้คือ พวกที่"โดน"คนอื่นเอาเปรียบ หรือ เหมือนจะ"ยอม"ให้คนอื่นเอาเปรียบ…

(บางทีตัวเราก็เป็นเหมือนกัน)… การที่เราเป็นแบบนี้ ก็ด้วยเหตุผลคลาสสิค "เกรงใจ" "ไม่อยากขัดใจ" "เอา ๆ ไปเหอะ"…

แต่จริง ๆ คือ "ความกลัว" กลัวอะไร

กลัวเค้าไม่ชอบเรา …. "อย่าขี้เกียจนะ เด๋วแม่ไม่รักนะ…" "อย่าร้องไห้นะ ย่าไม่รักนะ" ฯลฯ

กลัวเค้าตำหนิเอา .."ทำไม่ได้ใช่มะ" "ที่แท้ก็เห็นแก่ตัว" "นะนะนะ…"

กลัวคนอื่นเข้าใจผิด …."เค้าจะว่าเราไม่มีน้ำใจ" ….

ทำยังงัยดีอ่ะ …บางคนที่รู้จักถึงกับต้องหนี ต้องสร้างเรื่องโกหก ต้องเมคสถานการณ์ ต้องเอาคำคนอื่นมาอ้าง(เพื่อให้มีอำนาจเท่ากัน) เช่น "เจ้านายให้ไปถามเค้าก่อนทำอะไร"…

ทำยังงัยที่เราจะหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่ถูกเอาเปรียบแบบนี้…

กลั้นใจ แล้วพูดความรู้สึกของตัวเองออกไปครับ ง่ายที่สุด

ถ้าคนนั้น จะเอาเปรียบคุณ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใด เค้าก็จะเอาเปรียบคุณเสมอ

ถ้าคนนั้นเค้าจะไม่รักคุณ ไม่ว่ายังงัย เค้าก็ไม่เคยพูดถึงคุณในแง่ดี…

โดยทั่วไป คนประเภทหนึ่งก็จะเป็นประเภทสองด้วย…มาควบกันเลย

ลองคิดู ถ้าคนสองประเภทนี่ อยู่ด้วยกัน คือ พวกไม่แสดงความต้องการ และ พวกที่"ยอม"ให้คนอื่นเอาเปรียบ กับอีกคน "เอาเปรียบ"และ ไม่เกรงใจ…

"วันนี้ กินรัยดีล่ะ…"

"ไปกินซีฟู้ดเถอะ อยากกินปู"

"เออ…. ช่วงนี้น้ำลง ปูไม่สด" (จริง ๆ ไม่อยากไป และ ไม่อยากกิน..)

"ไม่เอา ๆ ไปเถอะ ผูไม่สดก็กินกุ้ง…" (จะเอาให้ได้)

"เราแพ้กุ้ง กินแล้วตาบวม…" (จริง ๆ คือ แพง.. แต่ไม่พูด)

"แพ้ก็ไม่ต้องกินสิ กินปลาไปก็ได้…" จะเอาให้ได้ …

"เออ นึกออกแล้วว่า มีนัดเพื่อนจะมาหา ตอนเย็น" (เริ่มหาเหตุมาโกหก… จะได้ไม่ไป)

"ไม่เป็นไร ชวนเค้าไปด้วยกันเลย โทรเลย ๆ " ….อีหน้าด้าน… ยังจะมาวางแผนแทนอีก…

(เอางัยดีวะ..) "เฮ่ย…มันไม่ไปหรอก มันจะมาถามเรื่องงาน ต้องใช้คอมพ์ด่วน.."

"งั้นก็ให้เค้ามาหลังสองทุ่มดิ… นะนะ… " ยังตื๊อ….

"ไม่ได้ ๆ เสียคน (เนียน) กินมันแถวๆ นี้แหละ วันหลังค่อยไป …" (ยังพยายามรักษาความเป็นคนดีเอาไว้)

"งั้นไม่กินแระ เธอไปกินกับเพื่อนเธอเลยละกัน งั้นเราไปซื้อของที่เซเว่นก่อนกลับบ้านนะ…"

(ไม่อยากไป) .."เหรอ…." (คิดว่าจะไปแนวไหนดี…)…

…..

….

อืนๆ อีกมากมาย…

 

เรื่องนี้จะง่ายมาก ถ้าตอบว่า "ซีฟู้ดเหรอ วันนี้ ไม่ว่างอ่ะ แต่กินได้ใกล้ ๆ เอาเป็นเย็นตาโฟร้านแป๊ดมั๊ย"

"แป๊ด สกปรกอ่ะ …"

"เอ่อ งั้นไว้คราวหน้าละกัน วันนี้ ต้องรีบไปอ่ะ…เจอกัน บายยย"

" ???? ."

จบ

 

ถ้าเพื่อนคนนั้นจะเอาเราไปพูด ก็จะประมาณ…

"ชวนไปก็ไม่ไป.."

"ชวนเราไปกินร้านสกปรก.."

"เชอะ ทำเป็นเล่นตัว"

ทั้งหมดที่มันพูด เราไม่ได้ยิน

ถ้ามันไม่อยากไปกับเรา คราวหน้ามันก็ไม่มายุ่งกับเราเอง….

พอมันไม่มายุ่งเราก็ไม่โดนบังคับจิตใจ สบายดีออก…

คนที่"ไม่เอาเปรียบ"เรามีตั้งเยอะแยะ…

 

ลองฝึกดู …แล้วจะทำได้แบบสบาย ๆ

 

จบ

 

Advertisements

4 responses to “ทำในสิ่งที่อยากทำ….เมื่ออยากทำ..

  1. เมื่อคืนมีเพื่อนโทรมาปรึกษาปัญหาเรื่องไอความเกรงใจ กลัวเสียเพื่อนอะไรทำนองนี้ชั้นเลยมีคติใหม่ให้ไปใช้ว่า…กับเพื่อนสนิท อย่าเกรงใจ ถ้าเกรงใจจะเสียมันไปแน่นอนเอาความจริงที่อยู่ในใจพูดออกไปเลย แบบนี้กรูไม่ชอบ แบบนี้กรูอยากกิน ที่นี่กรูไม่ไป ฯลฯ

  2. แล้วได้มั๊ยโยมไก่นิตยา กินจนขนขึ้น…ปฏิเสธได้มะ…

  3. ก็บอกแล้วว่า แพ้ทางอยู่คนนึงงัย เอาแต่ใจฉิบเป๋ง

  4. ต้องขอขอบคุณ เพราะหม่อมคือแรงบันดาลใจของเรื่องนี้ว่ะ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s